หมวดความรู้ทั่วไป

สรุปเรื่องตีนกาเกิดจากอะไร พร้อมวิธีลดรอยให้หน้าอ่อนวัยขึ้น

ตีนกาเกิดจากอะไร

เคยไหมคะที่เวลายิ้มแล้วไม่มั่นใจ เพราะมีริ้วรอยรอบดวงตาปรากฏชัดเจน จนทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่กว่าวัย ปัญหา “รอยตีนกา” ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า จากริ้วรอยตื้นๆ อาจกลายเป็นรอยพับลึกถาวรที่รักษายากขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง และรวบรวมวิธีแก้ตีนกาทุกรูปแบบ ตั้งแต่วิธีดูแลด้วยตัวเองแบบธรรมชาติ ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ที่เห็นผลไว วันนี้ หมอบีม จะมาแนะนำแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้งค่ะ

รอยตีนกา คืออะไร

รอยตีนกา คือ ริ้วรอยที่เกิดขึ้นบริเวณหางตา มีลักษณะเป็นเส้นแฉกคล้ายกับเท้าของกา โดยมักจะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อเราแสดงสีหน้า เช่น การยิ้มหรือหัวเราะ ซึ่งเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi) และเมื่ออายุมากขึ้น ผิวบริเวณนี้จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ริ้วรอยเหล่านี้ชัดเจนขึ้น แม้แต่คนที่มีดวงตาคู่สวย ก็อาจดูโรยราได้หากมี “ตีนกา” มาบดบังความสดใส

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดตีนกา

ริ้วรอยรอบดวงตาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะอายุ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เร่งให้เกิดปัญหา “รอยตีนกา” ได้เร็วขึ้น ดังนี้:

  • อายุที่เพิ่มขึ้น (Collagen ลดลง): เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินน้อยลง ทำให้ผิวรอบดวงตาที่บอบบางอยู่แล้ว เกิดความหย่อนคล้อยและเป็นริ้วรอยได้ง่าย การรักษาความตึงกระชับจึงทำได้ยากขึ้น
  • การแสดงสีหน้าซ้ำๆ (ยิ้ม, หัวเราะ, หรี่ตา): การขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาซ้ำๆ เป็นเวลานาน จะทำให้ผิวหนังเกิดรอยพับ โดยเฉพาะคนที่ชอบหยีตา หรือหัวเราะบ่อยๆ
  • ปัจจัยภายนอก (แสงแดด UV, การพักผ่อนน้อย, สูบบุหรี่): รังสี UV เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน รวมถึงพฤติกรรมทำร้ายผิวอื่นๆ ก็เร่งให้เกิดความชราก่อนวัย ทำให้ “ตีนกา” มาเยือนก่อนเวลาอันควร

เช็กระดับริ้วรอย! ตีนกาแบบตื้น vs ตีนกาแบบลึก ต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะเลือกวิธีรักษา เราต้องรู้ก่อนว่าริ้วรอยที่มีนั้นอยู่ในระดับไหน เพื่อให้การแก้ไขตรงจุดและคืนความสวยให้ดวงตากลับมาชัดเจนอีกครั้ง โดยแบ่งได้ดังนี้

ริ้วรอยตื้น

เป็นริ้วรอยที่ “เกิดเฉพาะตอนขยับหน้า” เช่น ตอนยิ้มหรือหัวเราะ แต่เมื่อทำหน้านิ่งๆ ผิวจะกลับมาเรียบเนียน ระยะนี้ถือเป็นระยะเริ่มต้นที่แก้ไขได้ง่ายที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ “รอยตีนกา” ฝังลึก

ริ้วรอยลึก

เป็นริ้วรอยที่ “หน้าเฉยๆ ก็เห็นรอยชัด” เกิดจากการปล่อยให้ Dynamic Line เป็นอยู่นานจนกลายเป็นร่องลึกถาวร ผิวหนังเสียโครงสร้างความยืดหยุ่น ทำให้ดวงตาดูตกและใบหน้าดูมีอายุอย่างชัดเจน

รวมวิธีลดรอยตีนกา

รวมวิธีลดรอยตีนกา รักษาด้วยวิธีไหนเห็นผลดีที่สุด

การเลือกวิธีรักษา “ตีนกา” ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและความเร่งด่วนของผลลัพธ์ หากต้องการให้ผิวรอบดวงตากลับมาเรียบเนียน อาจต้องพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมดังนี้

วิธีแก้ตีนกาแบบธรรมชาติ

  • ทาครีมบำรุงรอบดวงตา: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Retinol ช่วยผลัดเซลล์ผิว หรือ Hyaluronic Acid เพื่อเติมความชุ่มชื้น ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ให้ผิวรอบดวงตาดูสดชื่นขึ้น
  • การนวดกดจุดรอบดวงตา: การนวดเบาๆ บริเวณหัวตา ไล่ไปหางตา จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดความเหนื่อยล้าที่ทำให้เกิดริ้วรอย
  • การมาสก์หน้าสูตรธรรมชาติ: การใช้แตงกวา หรือถุงชาประคบเย็น ช่วยลดอาการบวมและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ลดโอกาสการเกิดรอยแห้งกร้าน

วิธีแก้ตีนกาด้วยหัตถการแพทย์

สำหรับใครที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจน หรือมีปัญหาหนังตาตกจนเสียความมั่นใจ แพทย์มักแนะนำวิธีดังนี้

  • ฉีดโบท็อกซ์ (Botox): เป็นวิธีที่นิยมที่สุด กลไกคือสารโบทูลินัมท็อกซินจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ทำให้ “รอยตีนกา” จางลงทันที และช่วยปรับรูปตาให้ดูเปิดกว้างขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ (Filler): เหมาะสำหรับคนที่ผิวฝ่อตัวหรือมีร่องลึกมาก การเติมฟิลเลอร์จะช่วยหนุนโครงสร้างผิวให้เต็มตื้นขึ้น
  • เลเซอร์ / Hifu / Ulthera: เน้นการยกกระชับผิวรอบดวงตาและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย

Note: ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยมากจนบดบังชั้นตา หรือต้องการปรับรูปตาให้สดใสแบบถาวร การทำหัตถการศัลยกรรม เช่น การยกกระชับหนังตา , การดึงหางตา หรือการผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้อง (Endoscopic Brow Lift) จะเป็นทางเลือกที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืนกว่าการฉีดเพียงอย่างเดียว

วิธีป้องกันตีนกา ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาอยู่ได้นาน และคงความสวยของดวงตาในแบบที่คุณชอบ ควรปฏิบัติตามนี้

  • ทากันแดดสม่ำเสมอ: ทาครีมกันแดดบริเวณรอบดวงตาทุกวัน เพื่อป้องกันรังสี UV ทำลายคอลลาเจน
  • ใส่แว่นกันแดดเพื่อลดการหรี่ตา: ช่วยป้องกันแสงแดดและลดการขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาโดยไม่จำเป็น
  • ปรับพฤติกรรมการนอน: หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงทับใบหน้า เพราะจะทำให้เกิดแรงกดทับจนเกิด “รอยตีนกา” ถาวร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรอยตีนกา

ทาครีมช่วยลดรอยตีนกาได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับหนึ่งสำหรับริ้วรอยตื้นๆ (Dynamic Line) หรือริ้วรอยที่เกิดจากการขาดน้ำ เพราะครีมจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น แต่หากเป็นรอยพับลึกถาวร (Static Line) ครีมจะไม่สามารถลบเลือนรอยเหล่านั้นได้ จำเป็นต้องใช้การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเครื่องมือยกกระชับร่วมด้วย เพื่อกู้คืนความสดใส

ฉีดโบท็อกซ์ลดตีนกา อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยปกติผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์ลด “ตีนกา” จะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ใช้ ปริมาณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด หากมีการฉีดต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยถาวรได้ดี และช่วยล็อกรูปตาไม่ให้ดูตกหรือแก่ก่อนวัย

รอยตีนกากับถุงใต้ตา รักษาพร้อมกันได้ไหม

สามารถรักษาพร้อมกันได้ แต่วิธีการรักษาอาจแตกต่างกัน “รอยตีนกา” มักใช้การฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ส่วนถุงใต้ตาหากเป็นไขมันสะสมอาจต้องใช้การผ่าตัด หรือหากเป็นร่องลึกอาจใช้ฟิลเลอร์ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยวางแผนการรักษาแบบองค์รวม เพื่อให้รอบดวงตากลับมาสวยสมบูรณ์แบบ

สรุปรอยตีนกา

สรุปบทความ

รอยตีนกาเป็นสัญญาณแห่งวัยที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเรารู้เท่าทันสาเหตุและประเมินระดับริ้วรอยได้ถูกต้อง ก็จะสามารถเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองเบื้องต้น หรือการใช้หัตถการทางการแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หากใครมีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา หางตาตก หรืออยากปรับรูปตาให้สวยเฉี่ยวพร้อมคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า BEAMS Plastic Surgery พร้อมดูแลทุกปัญหาของคุณอย่างใส่ใจ โดย หมอบีม และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อวางแนวทางแก้ไขและออกแบบผลลัพธ์ร่วมกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับหมอบีม Facial Expert ผ่านช่องทางต่างๆ มาได้เลยค่ะ

หมอบีม

บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง

แชร์บทความนี้
แชร์บทความนี้

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ


Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ
ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล