
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
ภาวะไขมันหนังตาเยอะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนไทย ทำให้ดวงตาดูเล็กลง หนังตาดูหนา และบางรายอาจส่งผลต่อการมองเห็น วันนี้หมอจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของไขมันหนังตาเยอะ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหานี้ เพื่อให้คุณมีดวงตาที่สวยงาม กลมโต และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
ไขมันหนังตาเยอะเกิดจากอะไร
ภาวะไขมันหนังตาเยอะมักเกิดจากปัจจัยหลายประการ ทั้งจากพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ไขมันจะมีการสะสมบริเวณเปลือกตามากขึ้น นอกจากนี้ หนังตาเยอะยังอาจเกิดจากการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ภาวะบวมน้ำ หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่ส่งผลให้มีการสะสมของไขมันบริเวณหนังตาได้
ลักษณะของอาการไขมันบนหนังตาเยอะ
ผู้ที่มีภาวะไขมันหนังตาเยอะมักจะมีลักษณะเปลือกตาบนที่หนาและอูมนูน บางรายอาจมีหนังตาเยอะจนทำให้ชั้นตาหายไปหรือมองไม่เห็นชั้นตา ทำให้ดวงตาดูเล็กลง บางคนอาจมีอาการเปลือกตาหย่อนคล้อยร่วมด้วย ส่งผลให้เวลาลืมตามีความรู้สึกหนักตา หรือต้องพยายามเปิดตากว้างมากขึ้นเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน
ผลเสียของการมีไขมันหนังตาเยอะ
- ทำให้ดวงตาดูเล็กลง ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพ
- อาจทำให้การแต่งหน้าทำได้ยาก โดยเฉพาะการเขียนอายไลเนอร์
- บางรายที่มีหนังตาเยอะมากอาจกระทบต่อลานสายตา ทำให้มองเห็นได้แคบลง
- อาจเกิดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อเปลือกตาจากการพยายามเปิดตากว้าง
- เสี่ยงต่อการเกิดขนตาย้อนซึ่งอาจระคายเคืองดวงตา
- เมื่ออายุมากขึ้น หนังตาเยอะอาจเกิดการหย่อนคล้อยมากขึ้น ส่งผลต่อการมองเห็น
ไขมันบนหนังตาเยอะแก้ไขยังไง
ภาวะไขมันบนหนังตาเยอะ หนังตาหนาอูม นอกจากจะส่งผลต่อความสวยงาม ทำให้ดวงตาดูบวม ดูง่วงนอน ไม่สดใสแล้ว ในบางรายที่มีไขมันสะสมปริมาณมากยังอาจบดบังการมองเห็นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดด้วยการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินและสร้างชั้นตาที่สวยงาม คมชัด ทำให้ดวงตาดูโต สดใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยมีเทคนิคที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพดังนี้

แก้ไขด้วยการผ่าตัดตาสองชั้น
เป็นการแก้ไขที่ตรงจุดและได้รับความนิยมสูงสุด ศัลยแพทย์จะเปิดแผลตามแนวชั้นตาที่ออกแบบไว้ ก่อนจะตัดไขมันและผิวหนังส่วนเกินออกอย่างพอเหมาะ จากนั้นจึงเย็บสร้างชั้นตาใหม่ที่คมชัดและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตและสดใสขึ้น
การผ่าตัดยกกระชับหนังตาบน (Upper Blepharoplasty)
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเปลือกตาร่วมกับภาวะหนังตาตกหย่อนคล้อย โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อนำไขมันและผิวหนังที่หย่อนยานออกไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือเปลือกตาที่เรียบตึง ชั้นตาชัดเจนขึ้น แลดูอ่อนกว่าวัย และช่วยแก้ปัญหาการบดบังการมองเห็น
การผ่าตัดร่วมกับการย้ายไขมัน (Fat Repositioning)
สำหรับบางรายที่มีไขมันเปลือกตาเยอะแต่กลับมีเบ้าตาลึกโหล ศัลยแพทย์อาจใช้เทคนิคย้ายไขมันจากส่วนที่นูนออกมาไปเติมเต็มในส่วนที่ลึกโบ๋แทนการตัดทิ้งทั้งหมด เพื่อให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ เปลือกตาดูอิ่มเต็ม ไม่ดูโหลหรืออูมจนเกินไป
การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างตา
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าพบศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินโครงสร้างรอบดวงตาอย่างละเอียด เนื่องจากลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน แพทย์จะสามารถแนะนำเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
เตรียมตัวยังไงก่อนผ่าตัดแก้ไขมันหนังตาเยอะ
- งดยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด (โดยต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อน)
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- หากใช้คอนแทคเลนส์ ให้งดใส่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
- ทำการตรวจร่างกายและตรวจเลือดตามที่แพทย์กำหนด
- งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
- เตรียมผู้ดูแลที่จะพาคุณกลับบ้านหลังผ่าตัด เนื่องจากคุณอาจยังไม่สามารถขับรถได้
- ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของกรดหรือสารเคมีที่อาจระคายเคือง
หลังผ่าตัดแก้ไขมันหนังตาเยอะดูแลตัวเองยังไง
- ประคบเย็นบริเวณดวงตา 15-20 นาทีทุก 1-2 ชั่วโมง ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการบวมและช้ำ
- นอนศีรษะสูงประมาณ 30-45 องศา อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ก้มหน้า หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
- ทำความสะอาดแผลและหยอดยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือกดบริเวณแผลผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- สวมแว่นกันแดดเมื่อออกแดดเพื่อป้องกันแสงและลมกระทบบริเวณแผล
- งดการใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าแพทย์จะอนุญาต (ประมาณ 2 สัปดาห์)
- งดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาจนกว่าแผลจะหายสนิท (ประมาณ 10-14 วัน)
- มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะไขมันบนหนังตาเยอะ
หากไขมันเปลือกตาเยอะ ควรดูดไขมันหรือผ่าตัดตาสองชั้นดีกว่ากัน?
สำหรับปัญหาไขมันเปลือกตาเยอะ การผ่าตัดตาสองชั้นร่วมกับการตัดไขมันออก (Blepharoplasty) ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการดูดไขมัน
เนื่องจากการ “ดูดไขมัน” ที่เปลือกตาไม่ใช่หัตถการมาตรฐานและอาจทำได้ยาก ในขณะที่การผ่าตัดตาสองชั้นโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาได้อย่างครอบคลุม เพราะนอกจากจะสามารถนำไขมันส่วนเกินออกได้อย่างแม่นยำแล้ว แพทย์ยังสามารถตัดแต่งผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกไปพร้อมกัน และที่สำคัญคือสามารถเย็บสร้างชั้นตาใหม่ที่สวยงามคมชัด ทำให้ดวงตาดูสดใสและได้สัดส่วนที่สวยงาม เรียกได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่โครงสร้างไปพร้อมกับการเสริมความงามอย่างเป็นธรรมชาติ
ผ่าตัดเอาไขมันที่ตาออกไปแล้ว มีโอกาสกลับมาอูมเหมือนเดิมอีกไหม?
โดยหลักการแล้ว เซลล์ไขมันที่ศัลยแพทย์ได้ผ่าตัดนำออกไปจากเปลือกตา จะไม่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อีกค่ะ ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความถาวร อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เมื่ออายุมากขึ้น คุณภาพคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดลง ทำให้ผิวหนังรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อย ประกอบกับกล้ามเนื้อที่ใช้พยุงเปลือกตาอาจอ่อนกำลังลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า เปลือกตาอาจดูตุ่ยหรือหย่อนลงมาได้อีกครั้ง แต่ไม่ใช่การกลับมาของไขมันเดิม เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามวัยตามปกติ
นอกจากผ่าตัด มีวิธีอื่นที่ช่วยลดไขมันเปลือกตาได้อีกไหม?
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วิธีการเดียวที่สามารถ “กำจัดไขมัน” สะสมที่เปลือกตาออกไปได้อย่างถาวรคือ “การผ่าตัด” ส่วนหัตถการอื่นๆ จะเน้นไปที่การยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย ซึ่งอาจช่วยพรางตาให้เปลือกตาดูบวมน้อยลงได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยตรง สำหรับผู้ที่มีปัญหาไม่มากนัก หรือยังไม่พร้อมผ่าตัด อาจพิจารณาทางเลือกเหล่านี้ได้
- ยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (Thermage) ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) ส่งลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ ทำให้ผิวเปลือกตาที่หย่อนมีความกระชับและเรียบเนียนขึ้น ช่วยให้ตาดูเปิดและสดใสขึ้นได้
- ยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (Ulthera) ใช้พลังงานคลื่นเสียงยิงลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า ทำให้เกิดการยกกระชับผิวจากภายใน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกจากความหย่อนคล้อย
- การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ไม่ได้ช่วยลดไขมัน แต่ใช้ในกรณีที่เบ้าตาลึกหรือมีร่องเหนือเปลือกตา การเติมฟิลเลอร์อย่างถูกจุดจะช่วยปรับโครงสร้างรอบดวงตาให้ดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น ทำให้บริเวณที่เคยดูอูมนูนจากไขมันดูเด่นน้อยลง
- การปรับพฤติกรรม การลดอาหารเค็มจัด พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ สามารถช่วยลดอาการบวมน้ำ (Fluid Retention) บริเวณรอบดวงตาที่เกิดขึ้นชั่วคราวได้ แต่ไม่สามารถลดก้อนไขมันถาวรได้
ไขมันที่เปลือกตากลายเป็นถุงใต้ตาได้หรือไม่?
ไม่สามารถเป็นได้ เนื่องจากไขมันที่เปลือกตาบน (Upper Eyelid Fat) และไขมันที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา (Lower Eyelid Fat) เป็นไขมันคนละส่วนและอยู่ในตำแหน่งที่แยกจากกันอย่างชัดเจนโดยมีโครงสร้างของลูกตาคั่นอยู่ตรงกลาง
ภาวะเปลือกตาบนอูมเกิดจากไขมันในเบ้าตาชั้นบนหย่อนตัวลงมา ในขณะที่ถุงใต้ตาเกิดจากไขมันในเบ้าตาชั้นล่างปูดนูนออกมา อย่างไรก็ตาม สาเหตุพื้นฐานที่ทำให้เกิดทั้งสองปัญหามักจะคล้ายกัน คือเกราะพยุงไขมันและผิวหนังรอบดวงตาอ่อนแอลงจากพันธุกรรมหรืออายุที่มากขึ้น จึงเป็นเรื่องปกติที่จะพบว่าบางคนมีปัญหาทั้งเปลือกตาบนอูมและมีถุงใต้ตาไปพร้อมๆ กัน

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
สรุปเกี่ยวกับภาวะไขมันหนังตาเยอะ
ภาวะไขมันหนังตาเยอะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนไทย ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงตามวัย นอกจากจะส่งผลต่อความสวยงามของดวงตาแล้ว ในบางรายยังอาจส่งผลต่อการมองเห็นด้วย หากคุณมีปัญหาหนังตาเยอะ หนังตาตก ใต้ตาบวม หรือขนตาย้อน และต้องการเสริมความมั่นใจ BEAMS plastic surgery พร้อมช่วยดูแลคุณโดยหมอบีมและทีมงานมากประสบการณ์ มาปรึกษากับหมอเพื่อประเมินปัญหา และออกแบบผลลัพธ์ที่เหมาะสมร่วมกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับหมอผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้เลยนะคะ