
รอยฟกช้ำ รอยช้ำม่วง เป็นสิ่งทุกคนต้องเคยพบเจอกับตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ทำหัตถการต่าง ๆ เช่น ดึงหน้า ยกคิ้วส่องกล้อง ทำตาสองชั้น หรือแม้แต่โปรแกรมโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ โปรแกรมยกกระชับก็ตาม การรู้วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว เข้าใจเทคนิคว่ารอยช้ำม่วงทำไงให้หาย? รอยช้ำหายช้าทำยังไงดี? ย่อมช่วยเสริมความมั่นใจให้กลับคืนได้เร็วกว่าเดิมค่ะ
Key Takeaway
- รอยช้ำเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตก มีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ชนหรือกระแทกกับของแข็งรุนแรง อายุมากขึ้น ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ขาดสารอาหารกลุ่มวิตามินซี และวิตามินเค โรคประจำตัวกลุ่มภาวะเกล็ดเลือดต่ำ อาการข้างเคียงจากการทำหัตถการ
- วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วมีทั้งการประคบเย็น ยกศีรษะสูง หลีกเลี่ยงความร้อน ประคบร้อน ทายาลดรอยช้ำ ทานอาหารกลุ่มวิตามินซีและเค ทานหรือพอกสับปะรดบริเวณรอยช้ำ และทาเจลว่านหางจระเข้
- ข้อห้ามที่ทำให้รอยช้ำหายช้า เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ อยู่กับความร้อนหรือแสงแดดนาน ทานยากลุ่มละลายลิ่มเลือด ยาแอสไพริน อาหารกลุ่มวิตามินอีเยอะเกินไป การทาหรือนวดแรง ๆ การกระแทกซ้ำ เป็นต้น
- วิธีประคบร้อนและประคบเย็นที่ถูกต้อง เริ่มจากช่วงแรกต้องประคบเย็นเพื่อให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว เลือดออกใต้ชั้นผิวน้อยลง หลังผ่านไป 48 ชั่วโมง ค่อยประคบร้อนกระตุ้นการไหลเวียน และดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่ให้กลับเข้าสู่เส้นเลือด
- หากรอยช้ำยังไม่ลดลง ขยายตัว หรือมีสีเข้มขึ้นหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีการอักเสบอื่นเพิ่มเติม
รอยช้ำ เกิดจากอะไรได้บ้าง?
รอยช้ำเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตกซึ่งมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ชนหรือกระแทกกับของแข็งอย่างรุนแรง อายุมากขึ้น ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ขาดสารอาหารกลุ่มวิตามินซี และวิตามินเค โรคประจำตัวกลุ่มภาวะเกล็ดเลือดต่ำ รวมถึงอาการข้างเคียงจากการทำหัตถการค่ะ
สีของรอยช้ำ บอกอะไร?
รอยช้ำสีต่าง ๆ บอกอะไรบ้าง? สีที่เกิดขึ้นกับรอยฟกช้ำสามารถบอกระดับความรุนแรงเพื่อประเมินอาการและช่วยรักษารอยช้ำได้อย่างเหมาะสม ดังนี้ค่ะ
- สีแดงสด (0-2 วัน) เส้นเลือดฝอยเพิ่งแตกและมีเลือดออกมาใหม่ ๆ จึงยังมีออกซิเจนสูง
- สีน้ำเงินหรือสีม่วงเข้ม (2-5 วัน) เลือดเริ่มขาดออกซิเจนและมีการเปลี่ยนสภาพ
- สีเขียว (5-10 วัน) ร่างกายกำลังสลายฮีโมโกลบินให้เป็นสาร “บิลิเวอร์ดิน”
- สีเหลืองหรือสีน้ำตาล (10-14 วัน) ช่วงสุดท้ายก่อนเลือดจะถูกร่างกายดูดซึมกลับไปใช้งาน
วิธีที่ทำให้รอยช้ำหายเร็ว
อยากลดรอยช้ำ รอยฟกช้ำรักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง? หากกำลังมองหาวิธีรักษารอยช้ำให้หายไว โดยเฉพาะกับคนที่หน้าช้ำจากการทำหัตถการ ก็มี 8 คำแนะนำดี ๆ มาบอกต่อค่ะ
1. ประคบเย็น
วิธีลดรอยช้ำสุดคลาสสิก ซึ่งใครสงสัยว่าต้องประคบเย็นรอยช้ำอย่างไร? แนะนำว่าต้องทำภายใน 48 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุโดยห่อน้ำแข็งในผ้าหรือใช้เจลเย็นประคบบริเวณที่เกิดรอยช้ำ จะช่วยลดปวด ลดบวม ยิ่งใครหน้าช้ำสามารถประคบได้วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาทีค่ะ
2. ยกศีรษะสูง
วิธีรักษารอยช้ำที่เหมาะกับคนทำหัตถการบนใบหน้า เช่น ส่องกล้องดึงหน้า ช่วยลดการสะสมของสารน้ำ ลดบวม เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจแบบเป็นปกติ เทคนิคคือใช้วิธีนอนหนุนหมอน 2 ใบ ให้ศีรษะกับลำตัวด้านบนทำมุมเฉียงเล็กน้อยกับตั้งแต่บริเวณหน้าอกลงไป ทำแบบนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ
3. หลีกเลี่ยงความร้อน
ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก หากบริเวณที่เป็นรอยฟกช้ำอยู่ใกล้ความร้อนมักกระตุ้นการไหลของเลือดให้ออกมาเพิ่มมากขึ้น วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วจึงแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกประเภท เพื่อให้เลือดใต้ผิวหนังไหลเวียนน้อยลง แผลจึงค่อย ๆ ดูดีตามลำดับค่ะ
4. ประคบร้อน
หากมีรอยฟกช้ำสีม่วงสามารถรักษาได้ด้วยการประคบร้อน แต่เน้นย้ำว่าต้องมีอาการช้ำเกิดขึ้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อให้ความร้อนช่วยขยายหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และดูดซึมเลือดที่คั่งตามใต้ผิวหนัง แผลฟกช้ำจึงหายเร็วขึ้นค่ะ
5. ทายาลดรอยช้ำ
วิธีทำให้รอยช้ำหายแบบง่าย ๆ ที่คุ้นเคยกันดี หมั่นทายาสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร อาการม่วงช้ำจะดีขึ้นต่อเนื่อง บางสูตรมีส่วนผสมลดเลือนรอยแผลเป็น แต่ทั้งนี้คงบอกไม่ได้ว่ายาทาแก้รอยช้ำที่ดีที่สุดคือตัวไหน ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลค่ะ
6. อาหารและวิตามินที่ช่วยได้
หลังทำศัลยกรรมแล้วหน้าบวม มีรอยช้ำชัดเจน และต้องการรักษารอยช้ำให้หายเร็ว แพทย์มักแนะนำวิตามินแก้รอยช้ำ หรืออาหารแก้รอยช้ำที่มีสารอาหารกลุ่ม วิตามินซี วิตามินเค ไบโอฟลาโวนอยด์ เช่น ผักใบเขียว สับปะรด ส้ม มะนาว ฝรั่ง เป็นต้นค่ะ
7. ทานสับปะรด หรือพอกรอยช้ำ
เอนไซม์ที่ได้จากสับปะรดจะมีสารโบรมีเลน ช่วยลดการอักเสบพร้อมทั้งย่อยสลายลิ่มเลือดต่าง ๆ ที่คั่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง การทานแบบสด ๆ หรือนำมาพอกบริเวณรอยช้ำจึงเป็นอีกวิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วขึ้นค่ะ
8. ทาเจลว่านหางจระเข้
สมุนไพรแก้ช้ำในมีอะไรบ้าง? หนึ่งในนั้นต้องเป็นว่านหางจระเข้ ซึ่งสามารถหาซื้อในรูปแบบเจลว่านหางจระเข้มาใช้ทาได้ด้วยคุณสมบัติของสมุนไพรแก้ฟกช้ำใบหน้าตัวนี้มีสารอะโลซินช่วยต้านการอักเสบจึงช่วยลดรอยม่วง รอยฟกช้ำได้ หมั่นทาเป็นประจำเช้า-เย็นค่ะ
ข้อห้ามที่ทำให้รอยช้ำหายช้า มีอะไรบ้าง?
- 48 ชั่วโมงแรก อย่าเพิ่งประคบร้อน เพราะความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดเลือดคั่งและรอยช้ำดูรุนแรงขึ้น
- การนวดแรง ๆ หรือการกระแทกซ้ำ จะยิ่งทำให้แผลหายช้ากว่าเดิม ควรทาครีมหรือพอกสมุนไพรด้วยความเบามือที่สุด
- การดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดเกิดการสูบฉีด และคั่งอยู่ใต้ชั้นผิว ทำให้รอยช้ำอาจขยายวงกว้างและหายช้าลง
- การทานยาบางชนิด เช่น กลุ่มยาละลายลิ่มเลือด ยากลุ่มแอสไพริน รวมถึงอาหารเสริมกลุ่มวิตามินอีและแปะก๊วย จะยิ่งทำให้เลือดแข็งตัวช้าและอาการช้ำยาวนานขึ้น ซึ่งปกติหากต้องทานยาลดบวมหลังศัลยกรรม ยาดังกล่าวจะไม่มีส่วนประกอบเหล่านี้
- การอยู่ใกล้กับความร้อนนาน ๆ เช่น การสัมผัสแสงแดด เพราะคอลลาเจนใต้ชั้นผิวถูกทำลาย จึงสังเกตเห็นรอยช้ำง่ายขึ้น และจางลงยากกว่าเดิม
- การใช้กำลังบริเวณที่ช้ำ เช่น ออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวบริเวณนั้นบ่อย ๆ จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
- อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลังผ่าตัด ได้แก่ ของหมักดอง ของกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารรสจัด อาหารน้ำตาลสูง เพราะทำให้แผล และอาการฟกช้ำหายช้า
ประคบเย็น vs ประคบร้อน เลือกแบบไหนดี?
วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วสามารถทำได้ทั้ง 2 แบบค่ะ แต่ต้องเรียงลำดับให้ถูกต้อง โดยช่วงแรกต้องประคบเย็นเพื่อให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว เลือดออกใต้ชั้นผิวน้อยลง จากนั้นเมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง จึงค่อยประคบร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่ให้กลับเข้าสู่เส้นเลือดค่ะ
รอยช้ำแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์?

สำหรับใครที่พยายามใช้วิธีแก้รอยช้ำรูปแบบต่าง ๆ แล้วแต่หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ รอยฟกช้ำ รอยม่วงยังคงสังเกตเห็นชัด ขยายวงกว้าง หรือสีเข้มขึ้น แสดงว่าอาจมีการอักเสบหรือความผิดปกติอื่นรวมอยู่ด้วย แนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีค่ะ
สรุปบทความ
รอยช้ำที่เกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรม หรือสาเหตุต่าง ๆ สามารถรักษารอยช้ำได้ด้วยวิธีลดรอยช้ำต่าง ๆ เช่น ประคบเย็น ประคบร้อน ทาครีมลดรอยช้ำ ทาเจลว่านหางจระเข้ ทานอาหารที่เหมาะสม ไปจนถึงการพอกด้วยดินสอพอง ซึ่งเป็นวิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วขึ้น แต่ถ้าผ่านไป 2 สัปดาห์ ยังสังเกตเห็นรอยม่วง รอยฟกช้ำชัดเจนแนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีค่ะ
ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลใจเกี่ยวกับอาการช้ำ บวมแดง ที่อาจเกิดขึ้นหลังทำศัลยกรรม การเลือกคลินิกที่มีบริการประคบเย็นหรือเลเซอร์ลดช้ำให้ฟรีหลังทำ ดูแลแผลและรอยช้ำหลังทำหน้า มีโปรแกรมทรีตเมนต์ลดบวมลดช้ำ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม BEAMS Plastic Surgery ผ่าตัดที่โรงพยาบาลทุกเคส แพทย์วิเคราะห์ปัญหาใบหน้าเพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสมมาก เรามีเครื่องมือที่ช่วยให้รอยช้ำจางลงได้เร็วขึ้นหลังทำหัตถการ หากสนใจติดต่อได้ทุกช่องทาง Line Official : @beamss หรือคลิกเพื่อติดต่อกับแพทย์ของเราค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
วิธีประคบเย็นและประคบร้อนที่ถูกต้องสำหรับรอยช้ำ
วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วเริ่มจากช่วงแรกต้องประคบเย็นเพื่อให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว เลือดออกใต้ชั้นผิวน้อยลง หลังผ่านไป 48 ชั่วโมง ค่อยประคบร้อนกระตุ้นการไหลเวียน และดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่ให้กลับเข้าสู่เส้นเลือดค่ะ
อาหาร 5 อย่างที่ช่วยให้รอยช้ำหายเร็วขึ้น?
สับปะรดมีสารโบรมีเลนและวิตามินซี ลดการอักเสบ น้ำใบบัวบก ลดบวม รอยฟกช้ำ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี วิตามินซีสูง บรอกโคลี มีวิตามินเคช่วยให้เลือดแข็งตัว และน้ำมะพร้าว ช่วยขับของเสียออกจากร่างกายค่ะ
รอยช้ำใกล้หาย จะเป็นสีอะไร?
หากรอยช้ำเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อนแสดงว่าใกล้หายแล้ว เพราะเลือดที่คั่งอยู่ถูกดูดกลับเข้าไปในเส้นเลือดค่ะ
อ้างอิง
- Emily Cronkleton. (2024, January 9). How to Get Rid of Bruises Fast: Proven Tips to Speed up Healing. https://www.healthline.com/health/how-to-get-rid-of-bruises
- WebMD Editorial Contributors Team. (2024, September 28). How to Get Rid of Bruises. https://www.webmd.com/first-aid/helping-bruise-heal
- J Clin Aesthet Dermatol. (2017, February 1). The Management of Bruising following Nonsurgical Cosmetic Treatment. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5367875/