
ปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำลายความมั่นใจของใครหลายคน โดยเฉพาะอาการแก้มห้อย หรือแก้มย้อย ที่ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนและดูแก่กว่าวัย วันนี้หมอจะมาแนะนำ ข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้คนไข้เข้าใจถึงต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง ทั้งสาเหตุที่หน้าหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร วิธีเช็กสภาพผิวด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ไปจนถึงวิธีรักษาที่ครอบคลุมทั้งแบบธรรมชาติและเทคนิคทางการแพทย์ เพื่อกู้คืนความกระชับให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกครั้งค่ะ
แก้มห้อย แก้มย้อย เกิดจากอะไร
ก่อนที่จะไปหาวิธีรักษา เราต้องเข้าใจโครงสร้างทางกายวิภาคของใบหน้ากันก่อน ปัญหาแก้มห้อยไม่ได้เกิดจากความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวหนัง ไขมัน และกระดูก ซึ่งสามารถสรุปปัจจัยหลักได้ดังนี้
การสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน
เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินน้อยลง ซึ่งสองสิ่งนี้เปรียบเสมือนโครงสร้างตาข่ายที่คอยพยุงผิวให้ตึงกระชับ เมื่อโครงสร้างนี้เสื่อมสภาพลง ผิวหนังจึงขาดแรงต้านแรงโน้มถ่วงโลก ทำให้เกิดความหย่อนคล้อย ผิวที่เคยแน่นฟูก็จะเริ่มยวบลงมาเป็นแก้มย้อยบริเวณกรอบหน้าได้ง่าย
การเคลื่อนตัวของไขมัน
ใบหน้าของเรามีชั้นไขมันที่เรียกว่า “Fat Pads” อยู่ตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณโหนกแก้ม ในวัยหนุ่มสาวไขมันส่วนนี้จะเกาะตัวแน่นอยู่ในตำแหน่งที่สูง ทำให้หน้าดูมีมิติ แต่เมื่ออายุมากขึ้น เส้นเอ็นที่ยึดเกาะไขมัน (Retaining Ligaments) จะเริ่มหย่อนยาน ทำให้ก้อนไขมันเหล่านี้เลื่อนไหลตกลงมากองรวมกันที่ช่วงล่างของใบหน้า กลายเป็นปัญหาแก้มห้อยเหนือร่องแก้มและกระพุ้งแก้ม
โครงสร้างกระดูกหน้าเปลี่ยน
ปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม เมื่ออายุเพิ่มขึ้นกระดูกใบหน้าจะเกิดการสลายตัว (Bone Resorption) โดยเฉพาะกระดูกเบ้าตา กระดูกโหนกแก้ม และกระดูกขากรรไกร เมื่อ “ฐาน” ของใบหน้าทรุดตัวลง ผิวหนังและเนื้อเยื่อที่คลุมอยู่ด้านบนจึงไม่มีที่ยึดเกาะและไหลลงมากองรวมกัน ทำให้เกิดอาการ แก้มย้อย และร่องแก้มลึกชัดเจนขึ้น
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
พฤติกรรมบางอย่างเร่งให้หน้าแก่ก่อนวัยโดยไม่รู้ตัว การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน (Tech Neck) ทำให้แรงโน้มถ่วงดึงผิวหน้าลงตลอดเวลา นอกจากนี้ การลดน้ำหนักที่รวดเร็วเกินไป (Yo-yo Effect) จะทำให้ชั้นไขมันหายไปอย่างรวดเร็วแต่ผิวหนังหดตัวไม่ทัน ส่งผลให้เกิดผิวหนังส่วนเกินที่ดูแก้มห้อยและไม่กระชับ

วิธีเช็กตัวเอง แก้มห้อยจากไขมัน หรือ แก้มย้อยจากผิวหย่อน
การจะเลือกวิธีรักษาให้ได้ผลดีที่สุด ต้องแยกให้ออกว่าปัญหาแก้มห้อยของเราเกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก ระหว่างไขมันสะสมมากเกินไป หรือผิวหนังที่ขาดความยืดหยุ่น โดยสามารถทดสอบเบื้องต้นได้ดังนี้
แบบที่มีไขมันเยอะ
ลองใช้นิ้วคีบบริเวณกระพุ้งแก้มดู หากสามารถคีบเนื้อขึ้นมาได้เป็นก้อนหนาๆ เนื้อสัมผัสแน่น ตึง และรู้สึกว่ามีปริมาณเนื้อเยอะ แสดงว่าเป็นปัญหาแก้มห้อยจากการสะสมของไขมัน (Subcutaneous Fat) ซึ่งมักพบในคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะหรือมีรูปหน้ากลม
แบบผิวหย่อนคล้อย
ลองใช้นิ้วดึงผิวบริเวณแก้มออกมา หากดึงยืดออกมาได้มาก และเมื่อปล่อยมือแล้วผิวคืนตัวช้า หรือรู้สึกว่าผิวมีความบาง เหลว ไม่เกาะติดกับชั้นเนื้อด้านใน แสดงว่าเป็นปัญหาแก้มย้อยจากความหย่อนคล้อยของผิวหนัง (Skin Laxity) หรือคอลลาเจนเสื่อมสภาพ
5 วิธี แก้แก้มห้อย แก้มย้อย ด้วยวิธีธรรมชาติ (ไม่ต้องเจ็บตัว)
สำหรับใครที่เริ่มมีปัญหาเล็กน้อย หรือต้องการชะลอการเกิดริ้วรอยและหน้าเหยี่ยวย่นสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
ท่าบริหารใบหน้า (Face Yoga)
การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าช่วยกระชับผิวได้บ้าง ท่าที่แนะนำคือ
- ท่าเป่าลม เป่าลมเข้าปากให้แก้มป่องทั้งสองข้าง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับซ้ายขวา ช่วยบริหารกล้ามเนื้อรอบปากและแก้ม
- ท่ายกมุมปาก ฉีกยิ้มกว้างๆ พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อแก้มยกขึ้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ช่วยยกพยุงหน้า
การปรับท่านอนและการใช้ชีวิต
ท่านอนมีผลต่อรูปหน้า การนอนตะแคงหรือนอนคว่ำจะทำให้ใบหน้าถูกกดทับซ้ำๆ ทุกคืน เกิดรอยยับและเร่งให้แก้มย้อยลงได้ง่ายขึ้น ควรฝึกนอนหงายเพื่อลดแรงกดทับ และควรหลีกเลี่ยงการก้มหน้านานๆ เพื่อลดแรงดึงจากแรงโน้มถ่วง
การเลือกใช้สกินแคร์ยกกระชับ
การทาครีมบำรุงช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวชั้นบนได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวฟูดูอิ่มน้ำ และ Retinol หรือ Peptides ที่มีงานวิจัยรองรับ (เช่นในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Eucerin Hyaluron-Filler) ว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น ลดความเสี่ยงแก้มห้อยในระยะยาว
รวมหัตถการแก้แก้มห้อย แก้มย้อย ทางการแพทย์
หากปัญหาแก้มห้อย หรือแก้มย้อยมีความรุนแรง หรือต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว การพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด หมอขอแนะนำหัตถการยอดนิยมดังนี้
เครื่องยกกระชับ
เครื่องมือกลุ่ม Energy-based Device เป็นตัวช่วยหลักในการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
- Ulthera (Ultherapy) ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์โฟกัสลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า) เหมาะกับคนที่มีปัญหา แก้มย้อย จากผิวหย่อนคล้อย ต้องการการยกกระชับโครงสร้างผิว
- Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (RF) เน้นส่งความร้อนเป็นก้อนใหญ่เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันบางส่วน เหมาะกับคนที่มีไขมันที่แก้มเยอะและผิวเริ่มไม่แน่น
- HIFU หลักการคล้าย Ulthera แต่พลังงานอาจจะไม่เสถียรเท่า เหมาะกับการทำเพื่อคงสภาพผิว หรือผู้ที่มีปัญหาไม่มาก
การร้อยไหม
การร้อยไหม คือการนำไหมละลายที่มีเงี่ยงเกี่ยวเนื้อเยื่อ สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อดึงรั้งผิวที่แก้มห้อย ให้ยกขึ้นทันทีหลังทำ พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าอย่างชัดเจนและรวดเร็ว
ฟิลเลอร์
หลายคนเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ทำให้หน้าอ้วนขึ้น แต่เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เพื่อลิฟต์หน้า (Lifting) จะเน้นการเติมสารเติมเต็มลงในชั้นกระดูกที่ทรุดตัว เช่น บริเวณโหนกแก้มหรือขมับ เพื่อสร้าง “หมุดขึงผิว” ใหม่ ทำให้ผิวที่เคยแก้มย้อยถูกดึงกลับขึ้นไป ส่งผลให้หน้าดูยกกระชับและดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
โบท็อกซ์
เทคนิค Dermolift หรือ Botox Lift คือการฉีดโบท็อกซ์บริเวณกรอบหน้าและลำคอ เพื่อคลายการทำงานของกล้ามเนื้อ Platysma (กล้ามเนื้อที่ดึงผิวหน้าลง) เมื่อแรงดึงลงลดลง กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงหน้าขึ้นจะทำงานได้ดีกว่า ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นและลดอาการแก้มห้อยบริเวณกรามได้
เลือกวิธีไหนดีให้เหมาะกับปัญหาแก้มของคุณ
เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น หมอสรุปแนวทางการเลือกวิธีรักษาแก้มห้อยตามลักษณะปัญหาไว้ในตารางนี้
| ลักษณะปัญหา | สาเหตุหลัก | หัตถการที่แนะนำ | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
| แก้มห้อย เนื้อเยอะ | ไขมันสะสมเยอะ | Thermage / Meso Fat / Botox กราม | หน้าเล็กลง ผิวแน่นขึ้น ไขมันลดลง |
| แก้มย้อย ผิวเหลว | ผิวหย่อนคล้อย คอลลาเจนหาย | Ulthera / HIFU / ร้อยไหม | ผิวยกกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น |
| หน้าตอบ แก้มคล้อย | กระดูกทรุด Volume Loss | Filler (Lifting) | หน้าดูเต็มอิ่ม ยกกระชับ มีมิติ |
| ผสมผสาน | มีทั้งไขมันและความหย่อนคล้อย | Combination (เช่น Ulthera + Botox) | แก้ปัญหาครบทุกมิติ หน้าเรียวกระชับ |
วิธีป้องกันแก้มห้อยก่อนวัยอันควร
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา เพื่อไม่ให้ปัญหาแก้มห้อย หรือแก้มย้อยมาเยือนก่อนวัยอันควร ควรดูแลตัวเองดังนี้
- ทากันแดดสม่ำเสมอ รังสียูวีเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวแก่เร็ว
- รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ หลีกเลี่ยงการอ้วนๆ ผอมๆ เพื่อไม่ให้ผิวหนังยืดขยายและหดตัวบ่อยเกินไป
- ทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ เน้นผักผลไม้ วิตามินซี และลดน้ำตาล ซึ่งเป็นตัวการทำลายโครงสร้างผิว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาแก้มห้อย
ลดน้ำหนักแล้วทำไมแก้มยังห้อย
การลดน้ำหนักที่รวดเร็วเกินไปทำให้ไขมันหายไปแต่ผิวหนังหดตัวตามไม่ทัน จึงเกิดความหย่อนคล้อย หรือที่เรียกว่าผิวหนังส่วนเกิน (Loose Skin) แนะนำให้ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อทดแทน และป้องกันไม่ให้แก้มย้อยหลังผอม
ท่าบริหารหน้าช่วยลดแก้มห้อยได้จริงไหม
ช่วยได้ในระดับหนึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาไม่มาก โดยช่วยกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า แต่หากเกิดจากผิวหนังหย่อนคล้อยรุนแรงหรือโครงสร้างกระดูก การบริหารอาจไม่เห็นผลชัดเจนเท่าการทำหัตถการทางการแพทย์ หรือการ ยกกระชับหน้า ด้วยเครื่องมือ
ควรเลือกทำ Hifu หรือ ร้อยไหม แก้แก้มห้อยดีกว่ากัน
ขึ้นอยู่กับสภาพผิว หากกลัวเข็มและต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว Hifu หรือ Ulthera จะเหมาะสม แต่หากต้องการผลลัพธ์การดึงหน้าที่ชัดเจนทันทีและมีปัญหาแก้มห้อยมาก การร้อยไหมจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะสามารถกำหนดทิศทางการยกได้โดยตรง

สรุปบทความ
ปัญหาแก้มห้อย หรือแก้มย้อยสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ เมื่อเราวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง ทั้งการปรับพฤติกรรมลดปัจจัยเสี่ยง การบริหารหน้า หรือการเลือกใช้หัตถการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม เช่น เครื่องยกกระชับ ร้อยไหม หรือฟิลเลอร์ เพื่อกู้คืนความเต่งตึงให้ใบหน้า
หากใครมีปัญหาความหย่อนคล้อย กังวลเรื่องรูปหน้าไม่กระชับ BEAMS Plastic Surgery พร้อมดูแลทุกปัญหาและออกแบบใบหน้าใหม่ให้หวานละมุนในแบบที่เป็นคุณ โดยหมอบีมและทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เข้ามาปรึกษาเพื่อวางแนวทางแก้ไขและผลลัพธ์ร่วมกัน สอบถามกับหมอบีม Facial Expert ผ่านช่องทางต่างๆ มาได้เลยค่ะ