หมวดความรู้ทั่วไป

แผลผ่าตัดกี่วันหาย ดูแลแผลเย็บและแผลหลังตัดไหมอย่างไรให้หายไว

แผลผ่าตัดกี่วันหาย


ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ สิ่งหนึ่งที่คนไข้มักจะกังวลเป็นอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องของ “แผล” คำถามยอดฮิตที่หมอพบบ่อยคือ แผลผ่าตัดใช้เวลากี่วันหายและต้องดูแลแผลเย็บอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ หรือหลังตัดไหมแล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้แผลสมานตัวได้ไวที่สุด การดูแลแผลอย่างถูกวิธีถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์การผ่าตัดออกมาสวยงามและปลอดภัย วันนี้หมอจะมาแนะนำวิธีดูแลแผลผ่าตัดในทุกระยะอย่างละเอียด เพื่อให้แผลของคุณหายไว ไร้กังวลค่ะ

เลือกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ

แผลผ่าตัดกี่วันหาย ตอบชัดทุกระยะแผลเย็บ-แผลหลังตัดไหม

คำถามที่ว่าแผลผ่าตัดกี่วันหายนั้น ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถตอบเป็นตัวเลขที่ตายตัวได้ค่ะ เพราะระยะเวลาการหายของแผลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งตำแหน่งที่ผ่าตัด ขนาดของแผล เทคนิคการเย็บ และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน โดยเราสามารถแบ่งระยะการหายของแผลผ่าตัดออกเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้ค่ะ

ระยะที่ 1: แผลเย็บ (ก่อนตัดไหม)

ในระยะนี้คือช่วงที่แผลยังสดใหม่และมีไหมเย็บอยู่ ผิวหนังจะเริ่มกระบวนการสมานตัว โดยทั่วไปเซลล์ผิวหนังจะเริ่มเชื่อมติดกันภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก แต่แผลจะยังไม่แข็งแรงพอ สำหรับระยะเวลาการตัดไหมโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแผล หากเป็นแผลบริเวณใบหน้าที่มีเลือดมาเลี้ยงเยอะ เช่น แผลจากการทำตาสองชั้น หรือแผลยกคิ้วแพทย์มักจะนัดตัดไหมใน 5-7 วัน แต่หากเป็นบริเวณลำตัว แขน ขา อาจใช้เวลา 10-14 วันค่ะ นั่นหมายความว่า ในระยะแรกจะต้องรอจนถึงวันนัดตัดไหมนั่นเอง

ระยะที่ 2: แผลหลังตัดไหม

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อตัดไหมแล้ว แผลจะหายดี 100% ทันที แต่ความจริงคือ แม้จะตัดไหมออกไปแล้ว ผิวหนังชั้นนอกอาจจะปิดสนิทแล้ว แต่โครงสร้างผิวหนังด้านในยังคงบอบบางและอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูค่ะ สำหรับคำถามว่าแผลหลังตัดไหมกี่วันหาย ผิวหนังภายนอกจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการปิดสนิทและแข็งแรงมากขึ้น แต่ยังคงต้องดูแลอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันแผลปริหรือแยก

ระยะที่ 3: แผลผ่าตัดหายสนิท

ระยะนี้ เป็นกระบวนการที่เรียกว่า “Remodeling” หรือการปรับโครงสร้างของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานที่สุด อาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี หรือในบางกรณีอาจนานกว่านั้น ในระยะนี้ แผลเป็นจะค่อยๆ นุ่มลง สีจะค่อยๆ จางลงจากสีแดงหรือสีคล้ำ กลายเป็นสีที่ใกล้เคียงกับผิวหนังปกติ การดูแลแผลในระยะนี้จะเน้นไปที่การป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

แผลผ่าตัด กี่วันโดนน้ำได้

เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่สร้างความสับสนให้คนไข้ไม่น้อย ซึ่งหมอขอแบ่งคำตอบตามระยะของแผลเช่นกันค่ะ เพราะการดูแลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

กรณีแผลเย็บ

ห้ามโดนน้ำโดยตรงเด็ดขาด ในช่วงที่แผลยังมีไหมเย็บอยู่ ความชื้นและเชื้อโรคจากน้ำอาจทำให้แผลอับชื้นและเกิดการติดเชื้อได้ง่ายมาก

  • การทำความสะอาดร่างกาย แนะนำให้ใช้วิธี “เช็ดตัว” แทนการอาบน้ำ โดยหลีกเลี่ยงบริเวณแผล
  • หากจำเป็นต้องอาบน้ำ ต้องใช้พลาสเตอร์กันน้ำชนิดพิเศษปิดแผลให้สนิท และต้องระมัดระวังไม่ให้น้ำซึมเข้าไปในพลาสเตอร์เด็ดขาด หลังอาบเสร็จต้องรีบเช็ดให้แห้งทันที แต่ทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงค่ะ

กรณีแผลหลังตัดไหม

โดยทั่วไป แพทย์จะอนุญาตให้แผลโดนน้ำได้ (เช่น อาบน้ำผ่านๆ) หลังจากตัดไหมไปแล้วประมาณ 24-48 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้รูไหมที่เกิดจากการตัดไหมปิดสนิทเสียก่อน

ข้อควรระวัง

  • ห้ามแช่น้ำนาน งดการแช่อ่างอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือแช่น้ำในสระหรือทะเล จนกว่าแผลจะแข็งแรงสมบูรณ์
  • ห้ามถูแรง สามารถใช้สบู่อ่อนๆ ล้างผ่านได้ แต่ห้ามขัดถูบริเวณแผลโดยตรง
  • ซับให้แห้ง หลังโดนน้ำทุกครั้ง ต้องใช้ผ้าสะอาดซับเบาๆ ให้แห้งทันที อย่าปล่อยให้แผลอับชื้น

วิธีดูแลแผลเย็บอย่างถูกต้อง ป้องกันติดเชื้อ

การดูแลแผลเย็บในช่วงก่อนตัดไหมสำคัญมากค่ะ โดยเฉพาะการผ่าตัดที่ซับซ้อนอย่างการดึงหน้าผากที่มีแผลยาว การดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การติดเชื้อและส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ทั้งหมดได้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (สำหรับล้างแผลเอง)

หากแพทย์อนุญาตให้กลับมาล้างแผลเองที่บ้าน อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน ได้แก่

  • น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Sterile Normal Saline) สำหรับล้างแผล
  • น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน (Betadine) หรือยาฆ่าเชื้ออื่นๆ ตามที่แพทย์สั่ง
  • ผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ (Sterile Gauze)
  • ไม้พันสำลีปราศจากเชื้อ (Sterile Cotton Swabs)
  • พลาสเตอร์ปิดแผล หรือวัสดุปิดแผลอื่นๆ ตามลักษณะแผล

ขั้นตอนการทำความสะอาดแผล (Step-by-Step)

การทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธีเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ล้างมือ ให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังทำแผล
  2. เปิดแผลเก่า ค่อยๆ แกะพลาสเตอร์เก่าออก หากติดแน่น ให้ใช้น้ำเกลือหยอดเล็กน้อยเพื่อให้แกะง่ายขึ้น
  3. ล้างแผล ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือ เช็ดทำความสะอาดบริเวณแผลรอบๆ และเบาๆ (อาจเช็ดวนจากด้านในออกด้านนอก) เพื่อกำจัดคราบเลือดหรือสิ่งสกปรก
  4. ซับแผล ใช้ผ้าก๊อซแห้งซับบริเวณแผลให้แห้งสนิท
  5. ทายาฆ่าเชื้อ หากแพทย์สั่ง ให้ใช้ไม้พันสำลีชุบยาฆ่าเชื้อ ทาบางๆ บริเวณแผล
  6. ปิดแผล ด้วยผ้าก๊อซและพลาสเตอร์ใหม่ เพื่อป้องกันเชื้อโรค

ข้อควรปฏิบัติ

  • รักษาแผลให้แห้ง นี่คือกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดค่ะ
  • สังเกตอาการติดเชื้อ คอยดูแผลทุกวัน หากมีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนองซึม ต้องรีบกลับไปพบแพทย์
  • ทานยาตามแพทย์สั่ง ทานยาฆ่าเชื้อ (หากได้รับ) และยาแก้ปวดให้ครบตามกำหนด

ข้อห้าม

  • ห้ามโดนน้ำ ดังที่กล่าวไปแล้ว
  • ห้ามแกะ เกา หรือสัมผัสแผล การแกะสะเก็ดแผลจะทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ห้ามให้แผลอับชื้น ไม่ควรปิดแผลแน่นเกินไปจนอากาศไม่ถ่ายเท
การดูแลแผลหลังตัดไหม ให้หายไว


ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

การดูแลแผลหลังตัดไหม ให้หายไว ปลอดภัย

การดูแลแผลหลังตัดไหมจะเน้นไปที่การฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงและป้องกันแผลปริ เช่นเดียวกับการยกกระชับหน้าที่แม้จะเห็นผลลัพธ์แล้วก็ยังต้องดูแลผิวต่อเนื่อง

การทำความสะอาดแผลหลังตัดไหม

หลังตัดไหม 24-48 ชั่วโมง เมื่อแผลเริ่มโดนน้ำได้แล้ว สามารถทำความสะอาดแผลได้ง่ายขึ้น โดยใช้สบู่อ่อนๆ (เช่น สบู่เด็ก) ฟอกเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นใช้ผ้าสะอาดซับเบาๆ (ห้ามถู) จนแห้งสนิท อาจทายาหรือครีมบำรุงตามที่แพทย์แนะนำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

การป้องกันแผลปริ แยก หรือฉีกขาด

ในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังตัดไหม แผลยังไม่แข็งแรงเท่าผิวปกติ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • งดกิจกรรมที่ต้องยืดเหยียดแผล เช่น การก้มหน้าต่ำมากๆ (หากผ่าตัดบริเวณหน้า) การยกของหนัก หรือการเอื้อมตัวสุดแขน
  • งดออกกำลังกายหนัก ควรงดการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงปะทะ หรือทำให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อแผลได้
  • ระวังกลุ่มอาการเฉพาะ เช่น ในกลุ่ม อาการหลังผ่าตัดดึงหน้า ต้องระมัดระวังการขยับใบหน้าแรงๆ การอ้าปากกว้าง หรือการนวดหน้าในช่วแรก

เคล็ดลับดูแลแผลอย่างไรให้ไม่เป็นแผลเป็น

เมื่อแผลปิดสนิทดีแล้ว หลังตัดไหมประมาณ 1-2 สัปดาห์สิ่งที่เราต้องใส่ใจต่อคือการลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ ซึ่งมีเคล็ดลับดังนี้ค่ะ

โภชนาการสำคัญ

  • อาหารที่ควรทาน เน้นอาหารที่มี โปรตีน สูง (เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว) เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ, วิตามิน C (จากผักผลไม้) ช่วยในการสร้างคอลลาเจน และ สังกะสี (Zinc) ช่วยสมานแผล
  • อาหารที่ควรเลี่ยง ของหมักดอง อาหารทะเล (ในบางรายที่แพ้) และแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระตุ้นการอักเสบหรือทำให้แผลหายช้า

การป้องกันแสงแดด

รังสี UV จากแสงแดดคือตัวการสำคัญที่ทำให้รอยแผลเป็นมีสีคล้ำขึ้นและเห็นชัดนานขึ้น ควรทาครีมกันแดด (ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป) บริเวณแผลเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะแผลในตำแหน่งที่เห็นชัดอย่าง ศัลยกรรมยกหางตา หรือบริเวณใบหน้า

การใช้ยาลดรอยแผลเป็น

สามารถเริ่มใช้ได้เมื่อแผลปิดสนิทดีแล้ว (ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้) ยาเหล่านี้มักมีส่วนผสมของซิลิโคน หรือสารสกัดจากหัวหอม ที่ช่วยให้แผลเป็นนุ่มลงและสีจางลง

การนวดแผลเป็น

เมื่อแผลแข็งแรงดีแล้ว (ประมาณ 1-2 เดือนหลังผ่าตัด) การนวดคลึงเบาๆ บริเวณแผลเป็นวันละ 2-3 ครั้ง จะช่วยสลายพังผืดใต้ผิวหนัง ทำให้แผลเป็นนุ่มลงและลดการนูนได้

อาการแบบไหนที่แปลว่าแผลติดเชื้อต้องรีบพบแพทย์

การสังเกตอาการตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากแผลผ่าตัดของคุณมีอาการผิดปกติเหล่านี้ ไม่ต้องรอจนถึงวันนัด แต่ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของแผลติดเชื้อ

  • ปวด บวม แดง ร้อน มากขึ้น ปกติอาการปวดบวมควรจะค่อยๆ ลดลง แต่ถ้ากลับปวดมากขึ้นหรือบริเวณแผลร้อนผิดปกติ อาจมีการอักเสบ
  • มีหนอง หรือน้ำเหลืองซึมผิดปกติ หากมีของเหลวสีเหลืองขุ่น เขียว หรือมีกลิ่นเหม็น ซึมออกจากแผล
  • มีไข้ หากมีไข้อ่อนๆ หรือหนาวสั่น โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากการติดเชื้อที่แผล 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลผ่าตัด

แผลเย็บกี่วันหาย

โดยทั่วไปคือ 7-14 วันสำหรับการสมานตัวของผิวภายนอกและพร้อมสำหรับการตัดไหม (ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง) แต่การที่แผลจะหายสนิท 100% ต้องใช้เวลานานกว่านั้นขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคลค่ะ

แผลหลังตัดไหมกี่วันหาย

สำหรับแผลหลังตัดไหม ผิวหนังภายนอกจะปิดสนิทและแข็งแรงขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ (ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มทายาลดแผลเป็นได้) แต่เนื้อเยื่อภายในยังคงต้องใช้เวลาฟื้นฟูต่อไปอีกหลายเดือนค่ะ

ต้องตัดไหมภายในกี่วัน

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความตึงของแผลค่ะ โดยทั่วไปบริเวณใบหน้า เช่น แผลจากการทำตาสองชั้น หรือการยกหางตา จะอยู่ที่ 5-7 วัน ส่วนลำตัวหรือแขนขาอาจอยู่ที่ 10-14 วัน สิ่งสำคัญคือต้องตัดไหมตามวันเวลาที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด

แผลผ่าตัดแบบ ไหมละลาย ดูแลต่างกันไหม

ไหมละลายมีข้อดีคือไม่ต้องมาตัดไหม แต่การดูแลในช่วงแรกยังคงคล้ายกัน คือต้องระวังเรื่องความสะอาด และต้องรอให้แผลปิดสนิทก่อนเช่นกัน (ประมาณ 7-10 วัน) ซึ่งไหมจะค่อยๆ ละลายไปเองใน 2-4 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุปการดูแลแผลผ่าตัด

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

สรุปบทความ

การดูแลแผลผ่าตัดแบ่งเป็น 2 ระยะชัดเจน คือก่อนและหลังตัดไหม ซึ่งมีข้อควรระวังต่างกัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลแผลอย่างถูกต้องจะช่วยให้แผลหายไว ลดความเสี่ยงติดเชื้อ และลดการเกิดแผลเป็นที่มองเห็นชัด โดยเฉพาะบนใบหน้า หากใครที่กำลังกังวลเรื่องแผลศัลยกรรม หรือมีปัญหาที่ทำให้ไม่มั่นใจ ที่ BEAMS Plastic Surgery เราพร้อมดูแลทุกปัญหาโดย หมอบีม และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าโดยเฉพาะ เข้ามาปรึกษาเพื่อแนวทางแก้ไขและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดร่วมกัน สอบถามกับหมอบีม Facial Expert ผ่านช่องทางต่างๆ มาได้เลยค่ะ

หมอบีม

บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง

แชร์บทความนี้
แชร์บทความนี้

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ


Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ
ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล