เทคนิค Direct Brow Lift ศัลยกรรมยกคิ้ว แบบไม่ต้องพักฟื้น

Direct Brow Lift เทคนิคยกคิ้วที่ช่วยแก้คิ้วตกหรือผู้ที่มีปัญหาคิ้วไม่เท่ากันได้อย่างตรงจุด โดยเน้นการปรับตำแหน่งคิ้วให้ได้สัดส่วนและดูเป็นธรรมชาติ เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำชัดเจน และต้องการระยะเวลาพักฟื้นน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดศัลยกรรมบางรูปแบบ สำหรับในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Direct Brow Lift คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อดีและข้อควรรู้อย่างไรบ้างค่ะ Key Takeaways ศัลยกรรมยกคิ้ว ด้วยเทคนิค Direct Brow lift ศัลยกรรมยกคิ้วด้วยเทคนิค Direct Brow Lift คือการผ่าตัดที่มุ่งเน้นการปรับตำแหน่งคิ้วโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาคิ้วตก คิ้วไม่เท่ากัน และยังช่วยแก้หนังตาตกได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะวางแผนตำแหน่งการยกคิ้วให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละบุคคล ช่วยให้ระดับคิ้วดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งคิ้วอย่างชัดเจน และต้องการคงผลลัพธ์หลังผ่าตัดยกคิ้วในระยะยาวด้วยค่ะ ข้อดี Direct Brow Lift Direct Brow Lift เป็นการผ่าตัดที่เน้นการแก้ไขตำแหน่งคิ้วโดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคิ้วตกหรือคิ้วไม่สมดุล ซึ่งการผ่าตัดยกคิ้วเทคนิคนี้ก็มีข้อดีดังนี้ ยกคิ้วเทคนิค Direct Brow Lift VS Endo-Brow Lift ต่างกันอย่างไร? Direct Brow Lift คือการยกคิ้วด้วยวิธีผ่าตัดผ่านแผลบริเวณเหนือคิ้ว […]
หน้าแก่ก่อนวัยเกิดจากสาเหตุใด พร้อมวิธีแก้ไขให้ผิวหน้าดูเด็กลง

ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย หน้าเหี่ยว ตีนกา หางตาตก และอีกสารพัดความหย่อนคล้อยที่เกิดก่อนวัยเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่อยากพบเจอ แม้ทุกวันนี้จะมีวิธีรักษา เช่น การดึงหน้า การยกคิ้วส่องกล้อง และหัตถการอื่น ๆ แต่การรู้ถึงสาเหตุและเทคนิคป้องกันย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า หมอจึงขอพาทุกคนมาทำความเข้าใจในเรื่องนี้เพื่อให้ใบหน้าของตนเองดูสวยใสและอ่อนกว่าวัยจนใครก็ต้องทักค่ะ Key Takeaways หน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากสาเหตุอะไร? ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย หน้าหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งถ้าสรุปให้เห็นภาพชัดเจนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้ ปัจจัยภายนอกที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย ปัจจัยภายนอกหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมบางอย่าง และมีผลทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ประกอบไปด้วย ปัจจัยภายในที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย ปัจจัยภายในก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยเช่นกันค่ะ อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงได้ยาก และอาจเกิดขึ้นกับคุณได้ ดังนี้ วิธีสังเกตผิวหน้าแก่ก่อนวัย เมื่อรู้กันแล้วว่าหน้าแก่ก่อนวัยเกิดจากอะไร คราวนี้อยากให้ลองสังเกตผิวหน้าของตนเองกันสักนิดว่ากำลังเจอกับภาวะดังกล่าวหรือไม่ วิธีแก้ไขและดูแลผิวไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัยแบบธรรมชาติ หน้าแก่ก่อนวัย ทำไงดี? คำถามยอดฮิตของใครหลายๆคน หลังรู้แล้วว่าหน้าแก่เกิดจากอะไร หมอขอแนะนำวิธีดูแลผิวหน้า ไม่ให้แก่แบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวเร็ว หรือจะทำเพื่อดูแลผิวไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัยก็ได้เช่นกัน มีดังนี้ค่ะ ใช้สกินแคร์บำรุงผิว เลือกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว และเซราไมด์ช่วยกระตุ้นความแข็งแรง หมั่นทาเป็นประจำเช้า-เย็น หลังทาเสร็จปล่อยให้เนื้อสัมผัสซึมเข้าสู่ผิวหน้าสักครู่เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น […]
ร่องน้ำหมากคืออะไร รวมสาเหตุและวิธีแก้ไขร่องน้ำหมากที่ได้ผล!

หนึ่งในปัญหาผิวที่หลายคนกังวลมากที่สุด คือ “ร่องน้ำหมาก” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมตามวัยที่ทำให้แก้มและใบหน้าหย่อนคล้อย เกิดเป็นรอยขีด รอยพับบริเวณมุมปากลากยาวลงมา ในบางคนอาจมีร่องมุมปากลึกจนเกือบถึงคาง ส่งผลให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุ และทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจได้ค่ะ แม้ว่าร่องน้ำหมากจะเกิดในผู้ที่มีอายุมาก แต่ในคนอายุน้อยก็อาจมีร่องน้ำหมากได้เช่นกันค่ะ ในบทความนี้ หมอบีม Facial Expert จาก BEAMS Plastic Surgery จึงจะชวนไปดูสาเหตุที่ทำให้เกิดร่องน้ำหมาก วิธีแก้ไข และการป้องกันเพื่อชะลอการเกิดร่องน้ำหมากให้ได้มากที่สุดกันค่ะ Key Takeaways ร่องน้ำหมากคืออะไร? ร่องน้ำหมาก คือ รอยพับหรือรอยขีดที่อยู่บริเวณมุมปาก ลากยาวในลักษณะเป็นแนวดิ่งลงมาถึงบริเวณคาง ในบางคนที่มีปัญหาร่องแก้มลึก หรือแก้มห้อยมากๆ ก็อาจส่งผลให้รอยพับของร่องน้ำหมากลากยาวลงมาจนเกือบสุดคางเลยค่ะ ร่องน้ำหมากมักจะเกิดในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่สำหรับผู้ที่มีอายุน้อย มีการแสดงสีหน้าบ่อยๆ ใช้กล้ามเนื้อมาก ก็อาจทำให้มีร่องน้ำหมากได้เช่นกันค่ะ ซึ่งริ้วรอยร่องน้ำหมากนี้สามารถส่งผลต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะจะทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูแก่กว่าวัย และยังอาจทำให้ใบหน้าโดยรวมไม่สดใสค่ะ ร่องน้ำหมากเกิดจากอะไร การที่ใบหน้ามีริ้วรอยพับเป็นร่องน้ำหมาก เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนที่ช่วยพยุงผิวหนังและกล้ามเนื้อของเราค่ะ โดยใต้ผิวหนังของคนเราจะมีคอลลาเจนและอีลาสตินที่คอยยึดชั้นผิวและไขมันเอาไว้ เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินเกิดการเสื่อมสลายตามวัย ไขมันจะลดลง ขากรรไกรยุบตัว แรงยึดเกาะที่กล้ามเนื้อไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ แก้มห้อย […]
จัดเรียงไขมันใต้ตาคืออะไร แก้ถุงใต้ตา ร่องลึก ให้หน้าเด็กถาวร

ปัญหาหน้าโทรม ใต้ตาลึก และถุงใต้ตาเยอะ เป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจอย่างมาก ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย หลายคนพยายามหาทางออกด้วยสกินแคร์แต่ก็ไม่เห็นผล วันนี้หมอจะมาแนะนำ ทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม นั่นคือการจัดเรียงไขมันใต้ตาค่ะ เทคนิคนี้จะช่วยเปลี่ยนใต้ตาที่ดูโรยราให้กลับมาสดใส เติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น คืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าดูเด็กแบบถาวร โดยไม่ต้องพึ่งการฉีดเติมบ่อยๆ เรามาทำความรู้จักหัตถการนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ จัดเรียงไขมันใต้ตาคืออะไร การจัดเรียงไขมันใต้ตา คือ เทคนิคศัลยกรรมตาสมัยใหม่ที่เน้นการอนุรักษ์ไขมันเดิมของเราไว้ โดยแทนที่จะตัดก้อนไขมันทิ้งออกไปเหมือนเทคนิคดั้งเดิม แพทย์จะใช้วิธีการ “ย้ายตำแหน่ง” หรือ Repositioning ก้อนไขมันที่มีอยู่ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหาความไม่เรียบเนียนใต้ดวงตา หลักการทำงานของการจัดเรียงไขมันใต้ตา คือการย้ายไขมันจากบริเวณที่มีมากเกินไปจนนูนออกมาเป็น “ถุงใต้ตา” ลงมาเติมเต็มในบริเวณที่เป็นแอ่งลึก หรือ “ร่องน้ำตา” ที่อยู่ติดกัน เปรียบเสมือนการเกลี่ยดินจากยอดภูเขาลงมาถมหลุมลึก ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาเรียบเนียนเสมอกัน หน้าดูอิ่มเอิบขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งสารเติมเต็มจากภายนอก เช็กลิสต์ ใครบ้างที่เหมาะกับการจัดเรียงไขมันใต้ตา ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับทุกหัตถการ แต่สำหรับเทคนิคการย้ายไขมันนี้ จะเหมาะสมที่สุดกับกลุ่มคนไข้ที่มีลักษณะปัญหาดังต่อไปนี้ เปรียบเทียบชัดๆ จัดเรียงไขมัน vs ตัดถุงไขมัน vs ฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการจัดเรียงไขมันใต้ตา แตกต่างจากวิธีอื่นอย่างไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า หมอขอเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการตัดไขมันแบบเดิม การฉีดฟิลเลอร์ และการจัดเรียงไขมัน ให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ การตัดถุงไขมันใต้ตาแบบเดิม […]
ตาสองชั้นสายฝอคืออะไร เจาะลึกเทคนิค เปลี่ยนลุคให้สวยคม

เทรนด์ความงามยุคนี้ต้องยอมรับเลยว่าลุคอินเตอร์กำลังมาแรงมาก ทำให้สาวไทยที่มีปัญหาตาหมวยหรือชั้นตาหลบใน อยากเปลี่ยนลุคแก้เป็นตาสองชั้นสายฝอกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ดวงตาดูกลมโตมีพลัง วันนี้ หมอจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักลึกซึ้งว่าตาสายฝอคืออะไร มีจุดเด่นต่างจากสายเกาหลีอย่างไร และโครงหน้าแบบไหนทำแล้วปังที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนทำสวยกันค่ะ ตาสองชั้นสายฝอคืออะไร ตาสองชั้นสายฝอในทางการแพทย์และมุมมองความงามนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่การกรีดตาให้ชั้นใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ตาสองชั้นสายฝอ คือการปรับโครงสร้างดวงตาให้มีความคมชัด มีมิติที่ลึกซึ้ง และดูโฉบเฉี่ยวแบบชาวยุโรป ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการผ่าตัดที่แม่นยำเพื่อเลียนแบบโครงสร้างกระดูกเบ้าตาและกล้ามเนื้อตาของชาวตะวันตก ลักษณะเด่น 3 ข้อ ที่บ่งบอกความเป็น ตาสายฝอ อย่างแท้จริง ได้แก่ เช็กให้ชัวร์! ลักษณะตาแบบไหนที่เรียกว่าตาสายฝอ ก่อนที่จะตัดสินใจไปทำศัลยกรรม เราต้องเข้าใจโครงสร้างดวงตาของตัวเองและเป้าหมายที่ต้องการให้ชัดเจนก่อน ลองมาเช็กกันให้ชัวร์ว่าลักษณะทางกายวิภาคแบบไหนที่จัดว่าเป็น ตาสองชั้นสายฝอ ที่สวยงามตามมาตรฐานสากล ความแตกต่างระหว่าง ชั้นตาแบบเส้นขนาน vs ปลายเรียว หัวใจสำคัญของ ตาสายฝอ คือลักษณะชั้นตาแบบเส้นขนาน ซึ่งหมายถึงเส้นชั้นตาที่เริ่มต้นตั้งแต่หัวตาโดยไม่บรรจบกับขอบตา และทอดยาวขนานไปจนถึงหางตา ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและโดดเด่นมาก ในขณะที่ชั้นตาแบบธรรมชาติของคนเอเชียส่วนใหญ่จะเป็นแบบปลายเรียว คือเส้นชั้นตาจะเริ่มต้นจากจุดเดียวกับหัวตา (หรือซ่อนอยู่ในหัวตา) แล้วค่อยๆ บานออกกว้างขึ้นไปทางหางตา ซึ่งจะให้ลุคที่ดูหวานและเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่จะไม่คมชัดเท่ากับแบบ ตาสายฝอ ระยะห่างระหว่างคิ้วและตา อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ตาสายฝอ ดูมีเสน่ห์คือ “ระยะห่างระหว่างคิ้วและตา” สังเกตได้ว่าชาวตะวันตกมักจะมีระยะนี้ค่อนข้างแคบ […]
SMAS คืออะไร เจาะลึกการดึงหน้าชั้นลึก แก้หน้าห้อยให้เด็กจริง

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมทาครีมแพงแค่ไหน ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึกก็ไม่หายสักที สาเหตุจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวชั้นบน แต่อยู่ลึกลงไปที่โครงสร้างผิวชั้น “SMAS” วันนี้หมอจะมาแนะนำ ให้ทุกคนได้รู้จักว่า SMAS คืออะไร และทำไมเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก ถึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในปัจจุบันที่จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะเข้าใจโครงสร้างผิวหน้าของตัวเองมากขึ้นแน่นอนค่ะ รู้จักโครงสร้างผิว ชั้น SMAS คืออะไร SMAS หรือ Superficial Musculo-Aponeurotic System คือ แผ่นพังผืดที่มีความเหนียวและยืดหยุ่น เปรียบเสมือน “ตาข่าย” ที่ทำหน้าที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อและรองรับไขมันบนใบหน้าของเราเอาไว้ เพื่อให้ใบหน้าคงรูปอยู่ได้ค่ะ หากเรียงลำดับความลึกของชั้นผิวจากบนลงล่าง จะแบ่งได้ดังนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนค่ะ จะเห็นได้ว่าชั้น SMAS อยู่ลึกกว่าชั้นไขมัน แต่ตื้นกว่าชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้าให้ตึงกระชับนั่นเองค่ะ ความสำคัญของ SMAS ทำไมหน้าถึงหย่อนคล้อยเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ผิวชั้นนอกเท่านั้นค่ะ แต่โครงสร้างภายในก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย กลไกความร่วงโรยเริ่มต้นจากการที่เส้นใย Collagen และ Elastin ภายในชั้น SMAS คือตัวการสำคัญที่เริ่มเสื่อมสภาพ ยืดออก และอ่อนแรงลงตามกาลเวลา เปรียบเหมือนกับสปริงเตียงนอนที่ใช้มานานจนหย่อนยาน ไม่สามารถพยุงฟูก (ชั้นไขมันและผิวหนัง) ให้ตึงเรียบเหมือนเดิมได้ ผลกระทบที่ตามมาจึงแสดงออกอย่างชัดเจนบนใบหน้า […]
สรุปเรื่องตีนกาเกิดจากอะไร พร้อมวิธีลดรอยให้หน้าอ่อนวัยขึ้น

เคยไหมคะที่เวลายิ้มแล้วไม่มั่นใจ เพราะมีริ้วรอยรอบดวงตาปรากฏชัดเจน จนทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่กว่าวัย ปัญหา “รอยตีนกา” ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า จากริ้วรอยตื้นๆ อาจกลายเป็นรอยพับลึกถาวรที่รักษายากขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง และรวบรวมวิธีแก้ตีนกาทุกรูปแบบ ตั้งแต่วิธีดูแลด้วยตัวเองแบบธรรมชาติ ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ที่เห็นผลไว วันนี้ หมอบีม จะมาแนะนำแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้งค่ะ รอยตีนกา คืออะไร รอยตีนกา คือ ริ้วรอยที่เกิดขึ้นบริเวณหางตา มีลักษณะเป็นเส้นแฉกคล้ายกับเท้าของกา โดยมักจะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อเราแสดงสีหน้า เช่น การยิ้มหรือหัวเราะ ซึ่งเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi) และเมื่ออายุมากขึ้น ผิวบริเวณนี้จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ริ้วรอยเหล่านี้ชัดเจนขึ้น แม้แต่คนที่มีดวงตาคู่สวย ก็อาจดูโรยราได้หากมี “ตีนกา” มาบดบังความสดใส สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะอายุ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เร่งให้เกิดปัญหา “รอยตีนกา” ได้เร็วขึ้น ดังนี้: เช็กระดับริ้วรอย! ตีนกาแบบตื้น vs ตีนกาแบบลึก ต่างกันอย่างไร? ก่อนจะเลือกวิธีรักษา เราต้องรู้ก่อนว่าริ้วรอยที่มีนั้นอยู่ในระดับไหน เพื่อให้การแก้ไขตรงจุดและคืนความสวยให้ดวงตากลับมาชัดเจนอีกครั้ง โดยแบ่งได้ดังนี้ ริ้วรอยตื้น เป็นริ้วรอยที่ “เกิดเฉพาะตอนขยับหน้า” เช่น ตอนยิ้มหรือหัวเราะ […]
หนังตาเหี่ยวแก้ไขอย่างไร แนะนำทุกสาเหตุพร้อมวิธีดูแลให้ตึงกระชับ

ปัญหาหนังตาและใต้ตาเหี่ยว ถือเป็นสัญญาณแห่งวัยที่สร้างความกังวลใจให้หลายท่าน เพราะทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขอย่างไร และมีวิธีดูแลแบบไหนบ้าง? วันนี้ หมอจะมาอธิบายถึงทุกสาเหตุที่ทำให้หนังตาเหี่ยว รวมถึงรวบรวมแนวทางการรักษาตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงการทำหัตถการทางการแพทย์ เพื่อคืนความตึงกระชับให้ผิวรอบดวงตาคู่สวยของคุณค่ะ หนังตาเหี่ยวและใต้ตาเหี่ยว คืออะไร หนังตาเหี่ยว (Dermatochalasis หรือ Pseudoptosis) คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนมีความหย่อนคล้อยตกลงมา อาจตกลงมาบดบังชั้นตา ทำให้ชั้นตาเล็กลง หรือในบางกรณีที่ หนังตาหย่อนมาก อาจตกลงมาบดบังการมองเห็น ส่วนใต้ตาเหี่ยว (Under-eye Wrinkles & Sagging) คือภาวะที่ผิวหนังใต้ตาขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย และอาจเกิดร่วมกับอาการบวมหรือร่องลึก ทำให้ใบหน้าดูอิดโรย ลักษณะอาการของหนังตาเหี่ยว อาการของหนังตาเหี่ยวสังเกตได้ชัดเจน โดยเริ่มจากชั้นตาที่เคยชัดเจนดูเล็กลง หรือมีหนังตาหลายชั้นซ้อนกัน เมื่อเป็นมากขึ้น ผิวหนังที่หย่อนจะเริ่มตกลงมาปิดทับชั้นตาเดิม บางครั้งอาจรู้สึกหนักตา หรือต้องพยายามเลิกคิ้วเพื่อช่วยในการมองเห็น ซึ่งมักจะเห็นชัดในช่วงบ่ายหรือเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า และยังทำให้การแต่งหน้า โดยเฉพาะการกรีดอายไลเนอร์ ทำได้ยากขึ้นด้วย ลักษณะอาการของใต้ตาเหี่ยว สำหรับใต้ตาเหี่ยวจะมีลักษณะเป็นริ้วรอยเล็กๆ หรือรอยย่น ที่ผิวหนังใต้ตา ซึ่งจะเห็นชัดขึ้นเวลายิ้มหรือแสดงสีหน้า ผิวจะดูบางและแห้งกร้าน ขาดความกระชับ บางรายอาจมีภาวะ ใต้ตาเหี่ยว ร่วมกับร่องน้ำตาลึก หรือมีถุงใต้ตา ทำให้บริเวณใต้ตาดำคล้ำและดูไม่เรียบเนียน […]
ตัดไหมเจ็บไหม รวมคำแนะนำการดูแลแผลหลังตัดไหมอย่างถูกวิธี

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าอย่างการทำตาสองชั้น หรือยกหางตา สิ่งหนึ่งที่หลายคนกังวลไม่แพ้กันคือขั้นตอนการตัดไหม หลายคนมีคำถามว่า ตัดไหมเจ็บไหม และหลังจากตัดไหมแล้วจะมีวิธีดูแลแผลอย่างไรให้ถูกต้อง ไม่ให้แผลติดเชื้อหรือเป็นแผลเป็นนูน วันนี้หมอจะมาแนะนำขั้นตอนการดูแลแผลหลังตัดไหมอย่างถูกวิธี เพื่อให้แผลของคุณสวยเรียบเนียน หายกังวลกันได้เลยค่ะ ตัดไหมเจ็บไหม เคลียร์ข้อสงสัยที่คนมีแผลผ่าตัดกังวลใจที่สุด คำถามยอดฮิตที่หมอพบบ่อยมากคือ ตัดไหมเจ็บไหม หมอขอตอบตรงนี้เลยว่า ความรู้สึกเจ็บตอนตัดไหมนั้นมีน้อยมากค่ะ โดยส่วนใหญ่จะรู้สึกคล้ายมดกัดเบาๆ หรือบางคนอาจจะแค่รู้สึกจั๊กจี้เท่านั้น ความเจ็บจะไม่ได้รุนแรงเหมือนตอนผ่าตัด เพราะเป็นเพียงการตัดปมไหมและดึงเส้นไหมออกเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ความรู้สึกเจ็บก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งของแผล ความตึงของผิวหนังบริเวณนั้น และความชำนาญของแพทย์หรือพยาบาลผู้ทำหัตถการตัดไหมด้วย ความรู้สึกตอนตัดไหม จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ฟีลลิ่งตอนตัดไหมส่วนใหญ่จะเริ่มจากความรู้สึกเย็นๆ ตอนที่เจ้าหน้าที่เช็ดทำความสะอาดแผล จากนั้นตอนที่ใช้กรรไกรเล็กๆ ที่ปราศจากเชื้อตัดปมไหมอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ตอนที่ดึงเส้นไหมออก อาจจะรู้สึกตึงๆ หรือดึงๆ ที่ผิวเล็กน้อย คล้ายกับการถอนขน แต่ไม่ได้เจ็บจนทนไม่ไหวแน่นอนค่ะ ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ปัจจัยที่ทำให้ความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันไปในแต่ละคน อย่างที่กล่าวไปว่าความเจ็บขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การตัดไหมคืออะไร และต้องทำเมื่อไหร่ การตัดไหม คือ กระบวนการทางการแพทย์ในการนำวัสดุเย็บแผล (ไหมเย็บแผล) ออกจากร่างกาย หลังจากที่แผลผ่าตัดสมานตัวและติดกันดีแล้ว เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูต่อไปได้ตามปกติ การตัดไหมเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดการระคายเคืองและป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดจากไหมที่ค้างอยู่ใต้ผิวหนังนานเกินไป แผลผ่าตัดกี่วันถึงตัดไหมได้ ระยะเวลาในการตัดไหมจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของแผลและการสมานแผลของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและนัดหมาย […]
แผลผ่าตัดกี่วันหาย ดูแลแผลเย็บและแผลหลังตัดไหมอย่างไรให้หายไว

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ สิ่งหนึ่งที่คนไข้มักจะกังวลเป็นอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องของ “แผล” คำถามยอดฮิตที่หมอพบบ่อยคือ แผลผ่าตัดใช้เวลากี่วันหายและต้องดูแลแผลเย็บอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ หรือหลังตัดไหมแล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้แผลสมานตัวได้ไวที่สุด การดูแลแผลอย่างถูกวิธีถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์การผ่าตัดออกมาสวยงามและปลอดภัย วันนี้หมอจะมาแนะนำวิธีดูแลแผลผ่าตัดในทุกระยะอย่างละเอียด เพื่อให้แผลของคุณหายไว ไร้กังวลค่ะ แผลผ่าตัดกี่วันหาย ตอบชัดทุกระยะแผลเย็บ-แผลหลังตัดไหม คำถามที่ว่าแผลผ่าตัดกี่วันหายนั้น ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถตอบเป็นตัวเลขที่ตายตัวได้ค่ะ เพราะระยะเวลาการหายของแผลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งตำแหน่งที่ผ่าตัด ขนาดของแผล เทคนิคการเย็บ และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน โดยเราสามารถแบ่งระยะการหายของแผลผ่าตัดออกเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้ค่ะ ระยะที่ 1: แผลเย็บ (ก่อนตัดไหม) ในระยะนี้คือช่วงที่แผลยังสดใหม่และมีไหมเย็บอยู่ ผิวหนังจะเริ่มกระบวนการสมานตัว โดยทั่วไปเซลล์ผิวหนังจะเริ่มเชื่อมติดกันภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก แต่แผลจะยังไม่แข็งแรงพอ สำหรับระยะเวลาการตัดไหมโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแผล หากเป็นแผลบริเวณใบหน้าที่มีเลือดมาเลี้ยงเยอะ เช่น แผลจากการทำตาสองชั้น หรือแผลยกคิ้วแพทย์มักจะนัดตัดไหมใน 5-7 วัน แต่หากเป็นบริเวณลำตัว แขน ขา อาจใช้เวลา 10-14 วันค่ะ นั่นหมายความว่า ในระยะแรกจะต้องรอจนถึงวันนัดตัดไหมนั่นเอง ระยะที่ 2: […]