
ใบหน้าและดวงตาถือเป็นจุดแรกในการสร้างสมนุษยสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน หลายคนอัธยาศัยดีแต่กลับมีตาดุ ส่งผลให้ใบหน้าไม่ต้อนรับแขก ดูเป็นคนเครียด เก็บทุกข์อยู่ตลอดเวลา ใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่คงอยากให้ตนเองมีดวงตายิ้ม น่ามอง และยังช่วยปรับลุคใหม่ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลายด้านโดยเฉพาะการทำงาน แล้วตาดุเป็นแบบไหน? ตาหวานเป็นยังไง? มาค้นหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยกันเลยค่ะ
Key Takeaways
- ตาดุ คือ ลักษณะคนที่มีเบ้าตาเล็ก ตาชั้นเดียว ชั้นตาหลบใน ทำให้คนอื่นมองแล้วรู้สึกถึงความน่ากลัว ไม่เป็นมิตร ไม่น่าคบหา เหวี่ยงวีน หรือเหมือนกำลังโกรธ เครียดอยู่ตลอดเวลา
- การเป็นคนหน้าดุ ตาดุ ส่งผลต่อบุคลิกภาพในหลายด้าน เช่น การถูกตัดสินจากภายนอกว่าเป็นคนไม่น่าคบหา หลายคนรู้สึกระแวง กลัว ไม่อยากคุย และส่งผลต่อการสมัครงานในบางอาชีพ
- การแก้ปัญหาตาดุทำได้ทั้งปรับวิธีแต่งหน้า การใส่คอนแทคเลนส์ ไปจนถึงการทำศัลยกรรม เช่น ทำตาสองชั้น ยกคิ้วส่องกล้อง และการยกหางตา Foxy Eyes เป็นต้น
ตาดุ คืออะไร? เป็นอย่างไร?

ตาดุ คือ ลักษณะของดวงตาที่คนอื่นมองแล้วรู้สึกถึงความน่ากลัว ไม่เป็นมิตร ไม่น่าคบหา เหวี่ยงวีน หรือเหมือนกำลังโกรธ เครียดอยู่ตลอดเวลา จนทำให้หลายคนถึงขั้นเกิดภาพจำติดลบกับคนใบหน้าประเภทนี้ ทั้งนี้ในความเป็นจริงอาจเป็นคนนิสัยเฮฮา สนุกสนาน ชอบผูกมิตรกับผู้อื่น แต่ด้วยบุคลิกภายนอกกลับส่งผลเชิงลบได้ค่ะ
ตาดุ สังเกตอย่างไร?
การสังเกตตนเองหรือคนอื่นว่ามีดวงตาดุ หน้าไม่ต้อนรับแขกหรือไม่ มีวิธีแนะนำ ดังนี้เลยค่ะ
- ขนาดเบ้าตาเล็ก ไม่มีชั้นตา ตาชั้นเดียว ชั้นตาหลบในจนแทบมองไม่เห็น
- หางตาชี้หรือเฉียงขึ้นด้านบนทำให้ดูหน้าดุ ตาเหวี่ยง
- ตาลอย ตาขาวบริเวณใต้ตามีเยอะกว่าตาดำ
- ชั้นตาหนาทำให้กล้ามเนื้อหรือหนังตาด้านบนย้อยปิดบริเวณหัวตา ตาดูสั้นและดุ
- เบ้าตาลึก ตาโหล ดูง่วงนอน เหนื่อยล้า แก่ก่อนวัย
- คิ้วต่ำ อยู่ใกล้ดวงตา หรือคิ้วสองข้างอยู่ใกล้กัน จึงมีลักษณะเหมือนการจ้องมองตลอดเวลา
ดวงตาดุ เกิดจากอะไร
หากเจาะลึกลงไปถึงสาเหตุของลักษณะตาดุจนดูเป็นคนหน้าเหวี่ยง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้ค่ะ
- กรรมพันธุ์ หรือพันธุกรรมที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ บางคนมีโครงสร้างตาชั้นเดียว หัวตาปิด หางตาชี้เฉียงขึ้น คิ้วต่ำ ภาวะคิ้วตก ก็ทำให้ดูหน้าวีนได้
- ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาตก บางรายอาจมีชั้นตาหนา ส่งผลให้หนังตาหรือกล้ามเนื้อบางส่วนหย่อนลงมาปิดหัวตา ทำให้ตาสั้น ดูหน้าเครียดอยู่ตลอด
- เบ้าตาลึก ยุบตัว เกิดจากไขมันบริเวณรอบดวงตาน้อยเกินไป ส่งผลให้กระดูกรอบดวงตายุบตัว แววตาดูไม่สดใส
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น บางคนชอบขมวดคิ้วเป็นประจำ พักผ่อนน้อย ดื่มน้ำน้อย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่
- อายุเพิ่มขึ้น ทำให้ไขมันบริเวณดวงตาเสื่อมสภาพลง ดวงตาจึงดูหย่อนคล้อย ตาเศร้า หรือตาดุแบบไม่รู้ตัว
ตาดุ ส่งผลเสียต่อบุคลิกอย่างไร
อย่างที่อธิบายไว้ตั้งแต่ต้นนะคะว่าหากคุณมีดวงตาดุ ย่อมส่งผลต่อบุคลิกภาพของตนเองในหลายด้าน เช่น การถูกตัดสินจากภายนอกว่าเป็นคนไม่น่าคบหา หลายคนรู้สึกระแวง กลัว จึงไม่อยากคุยด้วย หรือบางกรณีส่งผลต่อการสมัครงานในบางอาชีพที่ต้องใช้หน้าตา เช่น ดารา นักร้อง พนักงานขาย งานบริการต่าง ๆ และยังทำให้สภาพจิตใจเกิดความเครียดตามมาได้เช่นกัน ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงตาดุก็มักมีปัญหาเหล่านี้ทั้งสิ้นค่ะ
วิธีเปลี่ยนตาดุให้เป็นตาหวาน เซ็กซี่
ตาดุแก้ยังไง? คำถามที่หลายคนมีข้อสงสัย จริงแล้วปัญหาตาดุสามารถแก้ได้ทั้งแบบทำศัลยกรรมและไม่ศัลยกรรมค่ะ ขึ้นอยู่กับปัญหาหรือความต้องการของแต่ละคน โดยมีวิธีต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ
การแต่งหน้าและทำสีผม
เป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับผู้หญิงตาดุค่ะ เริ่มจากการทำสีผมโทนอ่อน เช่น โทนน้ำตาลหม่น น้ำตาลทอง น้ำตาลคาราเมล น้ำตาลประกายแดง เน้นสีคิ้วโทนอ่อนกว่าสีผม การเลือก Eye shadow สีโทนอ่อนเพื่อลดความดุของดวงตา หรือบางคนอาจใช้เทคนิคการแต่งตาให้สวยด้วยรูปแบบ Smokey Eyes โทนอ่อน ในวันที่ต้องมีธุระพบเจอกับผู้คน หากเป็นวันสบาย ๆ อาจเลือกแต่งหน้าแบบ Natural, Soft Pink หรือ Soft Peach ก็ดูดีได้เช่นกัน อีกเทคนิคคือใช้ Highlighter เพิ่มมิติเล่นแสงบนใบหน้า เช่น บริเวณหน้าผาก จมูก โหนกแก้ม เพื่อดึงจุดสนใจของผู้คนให้มองส่วนอื่นนั่นเองค่ะ
การใส่คอนแทคเลนส์
การใส่คอนแทคเลนส์เป็นอีกวิธีแก้ปัญหาตาดุ ตาลอยได้เช่นกันค่ะ เพราะจะทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เน้นเลือกโทนสีละมุนมากกว่าสีเข้ม เช่น สีน้ำตาลเทา น้ำตาลอ่อน น้ำตาลประกายทอง ใช้เลนส์แบบมีลายฟุ้ง หรือลายนัว ๆ เพื่อเบลนด์สีตาจริงกับเลนส์ให้ดูเป็นธรรมชาติ ส่วนขนาดเลนส์ควรเลือกให้พอดีกับตาดำจริง ๆ ด้วยค่ะ
ศัลยกรรมตาสองชั้น
การทำศัลยกรรมตาสองชั้น หรือบางคนอาจเรียกว่าศัลยกรรมตาหวาน เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม รวมถึงยังใช้แก้ตาสองชั้นสำหรับคนที่ยังมีจุดต้องปรับด้วย ซึ่งรูปแบบของการทำตาสองชั้นแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม เช่น การกรีดชั้นตาสำหรับผู้มีดวงตาเล็ก หรือตาสองชั้นหลบใน เพิ่มความกลมโต แต่ในบางเคสอาจทำร่วมกับการเปิดหัวตาสำหรับคนที่หัวตาปิดจนดูใบหน้าดุ เพื่อความสวยอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
ยกหางตา Foxy Eyes
การยกหางตา Foxy Eyes เป็นอีกเทคนิคเพื่อช่วยปรับทิศทางของหางตาให้เปิดกว้าง เพิ่มความสดใสบนใบหน้ามากขึ้น โดยแพทย์จะไหมละลายแบบมีเงี่ยงสอดเข้าไปบริเวณหางตาเพื่อยกดึงหางตาขึ้น หัตถการนี้นิยมสำหรับผู้ที่ดวงตาเศร้า ตาดุจากหางตาที่ชี้ขึ้นด้านบน ผู้มีปัญหาเบ้าตาเล็กเพื่อเพิ่มสัดส่วนขนาดดวงตาให้โตมากขึ้น รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับดวงตาให้เฉี่ยว สายฝอ และเซ็กซี่ขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เสียเวลาพักฟื้นด้วยค่ะ
ยกคิ้วส่องกล้อง
ผู้ที่มีปัญหาหน้าดุจากสาเหตุคิ้วตก การยกคิ้วส่องกล้องเป็นเทคนิคที่ให้ดวงตาดูเปิดขึ้น สดใส ทำตาหวานโดยเทคนิคที่แพทย์ใช้คือการนำกล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปบริเวณไรผมเพื่อยกคิ้วเผยดวงตากลมโต แลดูอ่อนกว่าวัย แทบมองไม่เห็นรอยแผล ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นค่ะ
การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเปลี่ยนตาดุ
สำหรับใครที่ตัดสินใจว่าจะทำศัลยกรรมตาหวานเพื่อเปลี่ยนตาดุให้มีเสน่ห์ น่ามอง ก็ควรรู้วิธีเตรียมตัวเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจ และไม่เป็นอันตรายต่อตนเองค่ะ
- ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าดุ ผลลัพธ์ ผลข้างเคียงต่าง ๆ ให้ละเอียด
- ปรึกษาพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษาที่เหมาะสม
- แจ้งโรคประจำตัว ยารักษาโรคประจำตัว หรือยาที่ทานประจำให้แพทย์ทราบ
- งดทานอาหารเสริมกลุ่มวิตามินรวม น้ำมันตับปลา งดทานยากลุ่ม NSAIDs กลุ่มยาอักเสบ หรือยารักษาการแข็งตัวของเลือดกลุ่ม ASA อย่างน้อย 3 วันก่อนทำ
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง / วัน โดยเฉพาะคืนก่อนทำหัตถการ
- ดื่มน้ำเยอะๆ เฉลี่ย 1.5-2 ลิตร / วัน ก่อนทำหัตถการ 2-3 วัน
- ไม่แต่งหน้าในวันที่มาทำหัตถการ
การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเปลี่ยนตาดุ
หลังจากศัลยกรรมตาดุเรียบร้อย ก็ต้องรู้วิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ลดผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมคืนความมั่นใจอีกครั้งค่ะ
- ทำความสะอาดแผลด้วยสำลีชุบน้ำเกลือโดยเช็ดจากหัวตาไปหางตาเท่านั้น ทำตลอด 7 วัน หลังศัลยกรรม
- ไม่บีบ กด นวด แกะ เกา หรือถูใบหน้าแรง ๆ และไม่ให้แผลโดนน้ำหลังทำหัตถการอย่างน้อย 7 วัน
- ไม่ทำกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกับความร้อน เช่น งดการทำทรีตเมนต์ เลเซอร์ความร้อน ซาวน่า อบไอน้ำ สัมผัสแสงแดด อย่างน้อย 2 เดือน
- งดว่ายน้ำ ออกกำลังกายหนัก การทำกิจกรรมที่อยู่กับอากาศร้อนอย่างน้อย 2 เดือน
- งดอาหารรสจัด ของหมักดอง เพราะอาจก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรง
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ดื่มคาเฟอีนอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หลังทำ
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกลุ่มเรตินอยด์, AHA, BHA อย่างน้อย 48 ชม. ป้องกันการระคายเคืองของผิวครับ
- ทานยาแก้อักเสบ หรือยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
เปลี่ยนตาดุให้ตาหวาน เซ็กซี่ ที่ BEAMS Plastic Surgery ดีกว่ายังไง
การเปลี่ยนตาดุให้ดูหวานหรือเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์รูปตาอย่างละเอียดและเลือกเทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งที่ BEAMS Plastic Surgery ให้ความสำคัญกับการออกแบบรูปตาเฉพาะบุคคล โดยศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง พร้อมดูแลคนไข้แบบเคสต่อเคส และเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหา เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยสมดุลและดูเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ คลินิกยังผ่านมาตรฐานการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน และมีการดูแลติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลลัพธ์สวยและเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในระยะยาวค่ะ
สรุปบทความ
แม้ว่าคุณจะดูเป็นคนตาดุทั้งสาเหตุจากกรรมพันธุ์หรืออื่นใดก็ตาม สามารถปรับสไตล์ของตนเองได้ทั้งวิธีทั่วไปและการศัลยกรรมเปลี่ยนความไม่เป็นมิตรสู่ดวงตาหวานฉ่ำ กลมโต น่ามอง แต่ทั้งนี้ต้องดูแลโดยแพทย์ชำนาญการและคลินิกที่มีมาตรฐานเท่านั้น ที่ BEAMS Plastic Surgery เรายินดีดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทาง อุปกรณ์สะอาด พร้อมติดตามผลหลังทำอย่างต่อเนื่อง หากมีข้อสงสัยหรือสนใจสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทาง Line Official : @beamss หรือคลิกเพื่อติดต่อกับแพทย์ของเราค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
เปลี่ยนตาดุให้เป็นตาเฉี่ยว เซ็กซี่ต้องทำหัตถการอะไร?
โดยทั่วไปถ้าต้องการเปลี่ยนตาดุเป็นตาเฉี่ยวจะนิยมทำหัตถการตาสองชั้น เปิดหัวตา ส่องกล้องยกคิ้ว หรือยกหางตา Foxy Eyes ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ตาดุ เปลี่ยนการแต่งหน้าอย่างไร?
ใช้เทคนิคการแต่งตาให้สวยด้วยรูปแบบ Smokey Eyes โทนอ่อน แต่ถ้าหากเป็นวันสบาย ๆ อาจเลือกแต่งหน้าแบบ Natural, Soft Pink หรือ Soft Peach หรือใช้เทคนิค Highlighter เพิ่มมิติเล่นแสงบนใบหน้า